Accessibility Tools

Skip to main content
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น. - 16.30 น.
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร

ผู้เขียน: Porntip T.

การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                    ตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อมวลชนกล่าวถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลในห้วงที่ผ่านมาว่า ยังไม่มีประสิทธิภาพเนื่องจากสถานการณ์มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ขาดเอกภาพในการทำงานระหว่างหน่วยงานรับผิดชอบกับคณะผู้แทนพิเศษที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้น รวมทั้งการแก้ไขปัญหาและการบริหารจัดการงบประมาณเป็นไปในลักษณะ “การเลี้ยงไข้” เพื่อต้องการให้ปัญหาความรุนแรงยังคงดำรงอยู่หรือเป็น เรื่องที่รัฐสร้างสถานการณ์ขึ้นเองเพื่อวัตถุประสงค์บางประการนั้น
                   สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ขอชี้แจงใน ๓ ประเด็นข้อสงสัย ดังนี้
                   ๑. กรณีเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) จากการเปรียบเทียบสถิติเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ จชต. ในห้วง ๓ ปีที่ผ่านมา คือ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๕๙ พบว่า แม้จะยังคงมีสถานการณ์ความรุนแรงอยู่ แต่เหตุการณ์ความรุนแรงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงถึงร้อยละ ๗๗ และ จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง ร้อยละ ๕๙ ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ประกอบกับการขับเคลื่อนและบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ๗ กลุ่มภารกิจอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการบูรณาการระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ของ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ส่งผลให้การป้องกันและการติดตามตัวผู้กระทำความผิดดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (รายละเอียดตามเอกสารแนบชุดที่ ๑)
                  ๒. กรณีความเป็นเอกภาพในการดำเนินงาน ด้วยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหา จชต. เป็นวาระสำคัญเร่งด่วน โดยเน้นประสิทธิภาพของในการดำเนินการขับเคลื่อนแผนงาน และการมีเอกภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนายกรัฐมนตรี/หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ให้แนวทางในการดำเนินการ คือ ๑) ความเป็นเอกภาพในการขับเคลื่อนงาน และ ๒) ความเป็นเอกภาพ ในกรอบทิศทางและนโยบาย ซึ่งจะมีเป้าหมาย วัตถุประสงค์ กรอบการดำเนินการ การประสานงาน และตัวชี้วัดกำกับไว้อย่างชัดเจน โดยการดำเนินการที่ผ่านมาทุกหน่วยงานได้ยึดกรอบแนวทางดังกล่าวมาโดยตลอด รวมทั้งการเชื่อมโยงบทบาทของคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลที่สามารถประสานการดำเนินงานทั้งในภาครัฐและในลักษณะเข้าถึงชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหา จชต. สามารถดำเนินการได้อย่างประสานสอดคล้องกัน
                  ๓. กรณีการใช้งบประมาณจำนวนมากในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา จชต.
                          ๓.๑ งบประมาณในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา จชต. เป็นการกำหนดงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้มีแผนงานงบประมาณ โดยกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด รวมทั้งการบูรณาการและจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นระบบตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงบประมาณได้กำหนดไว้ โดยมีคณะกรรมการบูรณาการฯ พิจารณากลั่นกรองจัดสรรงบประมาณในทุกระดับตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับนโยบาย มุ่งเน้นการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแผนงาน โครงการ และงบประมาณ ทำให้การดำเนินการมีเป้าหมาย และแนวทางที่ชัดเจน มีความต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายและตัวชี้วัดร่วมกัน
                         ๓.๒ สำหรับวงเงินงบประมาณที่ถูกระบุว่า มีจำนวนค่อนข้างสูงนั้น เป็นวงเงินที่ รวมงบฟังก์ชั่นและงบแก้ปัญหา ส่งผลให้ปีงบประมาณ ๒๕๕๙ มีวงเงินถึง ๒๕,๖๘๖ ล้านบาท และ ๓๐,๑๗๖ ล้านบาท ตามลำดับ อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ได้มีการบูรณาการงบประมาณมาจาก ๑๔ กระทรวง ๔๕ หน่วยงาน ๓ ส่วนราชการที่ไม่ได้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๑ หน่วยงานศาล และ ๑ หน่วยงานอิสระของรัฐ โดยผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนจากสำนักงบประมาณแล้ว และแยกงบฟังก์ชั่นออกไปโดยได้รับการจัดสรรงบประมาณ ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ รวม ๑๒,๕๑๐.๑๑๐๓ ล้านบาท งบประมาณดังกล่าวได้จัดสรรลงใน ๗ กลุ่มภารกิจ สอดคล้องกับสภาพความรุนแรงของปัญหา โดยมีหน่วยรับผิดชอบในแต่ละกลุ่มภารกิจชัดเจน ทั้งนี้ กลุ่มภารกิจที่มีความสำคัญ คือ กลุ่มภารกิจงานที่ ๑ การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสภาวะแวดล้อมสำหรับการขับเคลื่อนในเรื่องอื่นๆ โดยจำเป็นต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูงในการปฏิบัติเพื่อควบคุมสถานการณ์ วงเงิน ๕,๒๔๓.๗๒๕๖ ล้านบาท รองลงมาคือ การให้ความสำคัญกับกลุ่มภารกิจที่ ๔ การศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนและรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมเฉพาะของประชาชนในพื้นที่ วงเงิน ๒,๖๐๒.๗๑๓๘ ล้านบาท และให้ความสำคัญกับกลุ่มภารกิจที่ ๕ พัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่และคุณภาพชีวิต วงเงิน ๒,๑๑๙.๘๔๐๔ ล้านบาท เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาว
                     ทั้งนี้ ภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ กำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ โดยจะให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตการใช้จ่ายงบประมาณจากฝ่ายต่างๆ อย่างจริงจังและเข้มข้น เพื่อให้งบประมาณที่ใช้จ่ายได้ขับเคลื่อนส่งผลถึงประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป

 

              ⇒  การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ประกาศ คสช. ฉบับที่ ๙๘/๒๕๕๗)  

 

สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อน
การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. ….

                  สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เชิญชวนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประชาชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. ….

                     โดยมีกำหนดระยะเวลาในการแสดงความคิดเห็น ตั้งแต่วันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐  ถึงวันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

 

สนใจแสดงความคิดเห็นได้ที่ทาง    การรับฟังความคิดเห็นกฎหมายไทย << http://www.lawamendm​ent.go.th​ >>

 

Loading

ประชาสัมพันธ์ร่างพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. …

ประชาสัมพันธ์ร่างพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. …

วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๙

โดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

                     ด้วยบริบทสถานการณ์ด้านความมั่นคงและแนวโน้มภัยคุกคามต่อความมั่นคงในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ โดยมีความเชื่อโยงมิติด้านต่างๆ และมีความรุนแรงสลับซับซ้อนมากขึ้น การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยสภาความมั่นคงแห่งชาติจะทำให้การดำเนินการในการรักษาความมั่นคงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมรองรับต่อสถานการณ์และภัยคุกคามด้านความมั่นคงในปัจจุบัน จึงเป็นที่มาของการเสนอร่างพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. …

 

รายละเอียดตามเอกสารแนบ  

Loading

การประชุมเพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ฯ พื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง

ภาพการประชุม

เพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์

ในแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล (พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๔) ในห้วงครึ่งแผน พื้นที่ด้านอ่าวไทยตอนล่าง

วันพฤหัสบดีที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๒

ณ ห้องราชันย์ ชั้น ๕ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ภาพการเข้าเยี่ยมชม

การดำเนินโครงการจ้างเหมาก่อสร้างโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดสมิหลา

วันศุกร์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา และหาดสมิหลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

ภาพการเข้าเยี่ยมชม

การดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปูบ้านหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

วันศุกร์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๒  ณ ศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปูบ้านหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

Loading

การประชุมเพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ฯ พื้นที่อันดามัน จังหวัดภูเก็ต

การประชุมติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์

ในแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล (พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๔) ในห้วงครึ่งแผน พื้นที่อันดามัน จังหวัดภูเก็ต

วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๒ ณ โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (ภูเก็ต) จ.ภูเก็ต

การเยี่ยมชมศูนย์ควบคุมเรือยอร์ชจังหวัดภูเก็ต (Phuket Yacht Center : PYCC)

และศูนย์ควบคุมการจราจรทางน้ำจังหวัดภูเก็ต

(Phuket Vessel Traffic Monitoring System Control Center : Phuket VTMS)

วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๒ ณ ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวอ่าวฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

Loading

ข่าวตัดจากหนังสือพิมพ์ “ยกระดับ ‘ศรชล.’ ก้าวสู่เออีซี รับแผนความมั่นคงปี ๕๘ – ๖๔”

ยกระดับ ‘ศรชล.’ ก้าวสู่เออีซี รับแผนความมั่นคงปี ๕๘ – ๖๔

ตะลุยกองทัพ : ยกระดับ ‘ศรชล.’ ก้าวสู่เออีซี รับแผนความมั่นคงปี ๕๘ – ๖๔

                  การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี ๒๕๕๘ ไม่ได้มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมีส่วนสำคัญต่อมิติทางด้าน “ความมั่นคง” ซึ่งหมายรวมถึงความมั่นคงเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลด้วย โดยเฉพาะบริบททางความมั่นคงที่เปราะบางจากความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ที่มีมหาอานาจจีน และหลายชาติในอาเซียนเข้าไปเกี่ยวข้อง
                  ขณะที่โครงสร้างหลักในการบูรณาการภารกิจในการรักษาความมั่นคงทางทะเลของไทยเป็นหน้าที่ของ “ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล” หรือ “ศรชล.” ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ขึ้นตรงต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๐ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการประสานงานด้านการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
                  ศรชล. มีภารกิจเป็น “ศูนย์กลาง” การดำเนินกิจการทางทะเลในทุกๆ ด้านระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับงานทางทะเลเพื่อให้การปฏิบัติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ซ้าซ้อน และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันอย่างต่อเนื่อง โดยมี “กองทัพเรือ” เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน ช่วยเหลือ และสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยต่างๆ
                  ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๗ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของร่างยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๒ โดยให้สมช. ปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์เป็น “แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๔” เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ความมั่นคง ความมั่งคั่ง และความยั่งยืน ในการก้าวสู่การเป็นชาติทะเล (Maritime Nation) อย่างแท้จริง
                  นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับ “ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล” เป็น “ศูนย์อำนวยการในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล” ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี มีบทบาทเป็นองค์กรในการอานวยการ กำกับการ และประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลกับหน่วยราชการอื่นๆ และระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
                  ต่อมา เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ พล.ร.อ.ธนะรัตน์ อุบล เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะผู้อำนวยการ ศรชล. ได้เป็นประธานการประชุม ศรชล. ครั้งที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ณ โรงแรมพัทยา ดิสคัฟเวอรี่ บีช เมืองพัทยา ร่วมกับเลขาธิการสมช., ผอ.ศรชล. เขต ๑, ๒ และ ๓ และหัวหน้าส่วนราชการใน ศรชล.
                  พล.ร.อ.ธนะรัตน์ ย้ำถึงความสำคัญของการประชุมว่า เป็นการจัดทำแผนปฏิบัติงานของ ศรชล. ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งการรองรับแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๔
                  อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ส่วนราชการ และภาคเอกชนได้เข้าใจยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๔ มากขึ้น สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และกองทัพเรือ จึงได้ร่วมกันจัดให้มีการประชุมเพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๔) ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ
                  โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน และจะจัดให้มีการอภิปรายกลุ่ม เรื่อง “แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล จะนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้อย่างไร”
                  มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายพรชาติ บุนนาค รองเลขาธิการ สมช. ศ.ดร.ชุมพร ปัจจุสานนท์ ประธานอนุกรรมการด้านกฎหมายและองค์กรในการรักษาผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติทางทะเล รศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ อนุกรรมการและเลขานุการ คณะอนุกรรมการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านการให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติทางทะเล
                  การประชุมดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญทั้งมิติด้านความมั่นคง และผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก ๑๒ ล้านล้านบาทต่อปี ในปี ๒๕๕๓ เป็น ๒๔ ล้านล้านบาทต่อปี ในปี ๒๕๕๗ ซึ่งนับได้ว่าเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ทางเศรษฐกิจทั้งของประเทศไทย และประชาคมอาเซียน ที่จะทวีความสำคัญยิ่งขึ้นในทุกๆ ปี.

 

โดย…ทีมข่าวความมั่นคง
หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก การเมือง : ทัศนะ-บทความ
วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

Loading

การฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ (C-MEX 18)

การฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ (C-MEX 18)

                  การฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ (C-MEX 18) เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมศุลกากร กรมการสรรพกำลังกลาโหม ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการฝึกครั้งที่ ๑๒ โดยได้แบ่งรูปแบบการฝึกออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๑) การฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table Top Exercise: TTX) และ ๒) การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise: FTX)
                  การฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ TTX จัดขึ้นเมื่อระหว่างวันที่ ๕ – ๘ มิถุนายน ๒๕๖๑ ณ ห้องเมย์แฟร์บอลรูม B – C ชั้น ๑๑ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ โดยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล) เป็นประธานพิธีเปิดและมอบนโยบาย โดยการฝึกได้ครอบคลุมประเด็นการฝึก รวม ๔ ประเด็น คือ  ๑) การต่อต้านการก่อการร้ายสากล  ๒) การกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี  ๓) การบริหารจัดการภัยความมั่นคงไซเบอร์ และ  ๔) การควบคุมการผ่านจุดผ่านแดน มีผู้เข้ารับการฝึกจำนวน ๒๐๙ คน จาก ๗๕ หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ ๖๘ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ๔ หน่วยงาน และหน่วยงานจังหวัด ๓ หน่วยงาน
                  การฝึกภาคสนาม (FTX) จัดขึ้นในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ๒๕๖๑ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบการฝึกในแต่ละประเด็นเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ ซึ่งการฝึก FTX ได้แบ่งออกเป็น ๔ ส่วน ดังนี้
                  ๑. การฝึกระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร ประจำปี ๒๕๖๑ รับผิดชอบโดย กรมการสรรพกำลังกลาโหม เมื่อวันที่ ๑๘ – ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑ ณ กองบัญชาการช่วยรบที่ ๒ จังหวัดนครราชสีมา
                  ๒. การฝึกทดสอบแผนเผชิญเหตุด้านการต่อต้านการก่อการร้าย หรือ กำแพงแสน ๖๑ รับผิดชอบโดยศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล เมื่อวันที่ ๑๙ – ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๑ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
                  ๓. การฝึกด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี และการควบคุมการผ่านจุดผ่านแดน รับผิดชอบโดย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จังหวัดหนองคาย กรมศุลกากร และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อวันที่ ๒๓ – ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ณ ด่านศุลกากร จังหวัดหนองคาย
                  ๔. การฝึกด้านการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รับผิดชอบโดย ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เมื่อวันที่ ๖ – ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๑ ณ จังหวัดชลบุรี และพื้นที่อ่าวไทยตอนบน
                  ซึ่งที่ผ่านมาผู้บริหารระดับสูงของ สมช. ได้ให้ความสำคัญกับการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ (C-MEX 18) มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้เข้าร่วมการฝึกในส่วนการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ (TTX) ตลอดจนในส่วนของการฝึกภาคสนาม (FTX) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (พลเอก วัลลภ รักเสนาะ) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายยังได้เข้าร่วมตรวจเยี่ยมการฝึกในแต่ละประเด็นการฝึกอีกด้วย

ประมวลภาพการเตรียมการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจาปี ๒๕๖๑ (C-MEX 18)

Capture01
Capture02

การประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑
เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๑ และครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑
โดยมีผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (นายดนัย มู่สา) เป็นประธาน

Capture03
Capture04
Capture05
Capture06

การประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำสถานการณ์และควบคุมการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ ประจำปี ๒๕๖๑
ครั้งที่ ๑/๒๕๖๐  เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๑
ครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๑ และ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑
โดยมี ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมและการป้องกันประเทศ (นายสิทธินันท์ มานิตกุล ) เป็นประธาน

Capture07
Capture08

การประชุมคณะอนุกรรมการประเมินผลการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑
ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑  เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑  ครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๑ และครั้งที่ ๓/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑
โดยมีผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (นายดนัย มู่สา) เป็นประธาน

การประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำระบบเครือข่ายข้อมูลความมั่นคงเพื่ออำนวยการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑
เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๑ โดยมีผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (นายดนัย มู่สา) เป็นประธาน

การอบรมปรับมาตรฐานรองรับการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑
ระหว่างวันที่ ๒๔- ๒๗ เมษายน ๒๕๖๑  ณโรงแรมวรบุรี อโยธยา คอนเวนชัน รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดยมี ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมและการป้องกันประเทศ (นายสิทธินันท์ มานิตกุล) เป็นประธานในพิธีเปิด

การฝึกอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจในการฝึกซ้อมรับภัยคุกคามการลักลอบขนถ่ายวัสดุนิวเคลียร์และการระงับเหตุฉุกเฉินทางรังสีจากการก่อการร้ายด้วยวัสดุกัมมันตรังสี
ระหว่างวันที่ ๒๒ – ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมโรงแรมรอยัล นาคารา อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย
โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย (นายรณชัย จิตรวิเศษ) เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมฯ

ประมวลภาพการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ (C-MEX 18)

Capture17

พิธีเปิดการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ (การฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ) เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๑
โดยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (พลเอก ชัญชาญ ช้างมงคล) เป็นประธานพิธีเปิดและมอบนโยบาย

พิธีปิดการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ (การฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ) เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๑
โดยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (พลเอก วัลลภ รักเสนาะ) เป็นประธาน

Capture19
Capture20

การฝึกภาคสนามในประเด็นเรื่อง การต่อต้านการก่อการร้ายสากล ภายใต้ชื่อ การฝึกทดสอบแผนเผชิญเหตุ “กำแพงแสน ๖๑”
ระหว่างวันที่ ๑๙ – ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๑ ณ พื้นที่อาคารศูนย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม
โดยมี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (พลเอก วัลลภ รักเสนาะ) เข้าร่วมตรวจเยี่ยมการฝึก

Capture22
Capture23

การฝึกภาคสนามในประเด็นเรื่อง การผนึกกำลังและทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศ ภายใต้ชื่อ การฝึกการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร ประจำปี ๒๕๖๑ (กรส.๖๑)
ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑ ณ กองบัญชาการช่วยรบที่ ๒ จ.นครราชสีมา
โดยมี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (พลเอก วัลลภ รักเสนาะ) เข้าร่วมตรวจเยี่ยมการฝึก

Capture25
Capture26

การฝึกภาคสนามในประเด็นเรื่อง การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภายใต้ชื่อ การฝึก ศรชล. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑
ระหว่างวันที่ ๖ – ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๑ ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรีและบริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน
โดย เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไดม้ อบหมาย รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (นายสิงคิ์ วิเศษพจนกิจ) เข้าร่วมตรวจเยี่ยมการฝึก

Capture28
Capture29

การฝึกภาคสนามในประเด็นเรื่อง การกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีและการควบคุมการผ่านจุดผ่านแดน
ภายใต้ชื่อ การฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๑ ประเด็นการกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี
ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๗ กรกฎาคม ๖๑ ณ ด่านศุลกากร จ.หนองคาย
โดยมี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (พลเอก วัลลภ รักเสนาะ) เข้าร่วมตรวจเยี่ยมการฝึก

สำนักยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมและการป้องกันประเทศ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๑

Loading

ประชุมคณะกรรมการประสานงานของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑

ประชุมคณะกรรมการประสานงานของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑

                   เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุม ๓๐๑ ชั้น ๓ ตึกบัญชาการ ๑ ทำเนียบรัฐบาลโดยมี พลเอก วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน เพื่อชี้แจงร่างยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และการจัดทำแผนรองรับ รวมทั้งการจัดทำแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแนวทางการเสนอแผนดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการจัดทำแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง เพื่อให้การจัดทำแผนแม่บทของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีผู้แทนจากกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมชี้แจงในประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อที่ประชุมคณะกรรมการฯ

Loading

Top