Accessibility Tools

Skip to main content
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น. - 16.30 น.
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร
  • Banner
  • Marsec8 69UMSban

  • นยม. 71-75 Banner

  • Marsecfocus 7 69

  • Marsecfocus6 69

  • Marsec5 69ban

  • Marsec469ban

  • MarsecFocus3/2569

  • MarsecFocus2/2569

  • Chulu_NSC

  • Law

  • No Gift Policy

  • Chandra

  • nsoweb

  • VTR_NSC

  • nsc_policy_66-70

  • plan-66-70

  • Prepare66-70

  • National-Maritime-Security-Plan

  • Action Plan On Border Security

  • EAR

    พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์

    เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    NEWS & EVENTS
    ข่าวประชาสัมพันธ์

    วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครบรอบปีที่ ๖๗

    วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครบรอบปีที่ ๖๗

           วันอังคารที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๔๕ น. ผู้บริหาร พร้อมด้วยอดีตผู้บริหาร ข้าราชการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีทำบุญถวายภัตตาหาร และถวายเครื่องไทยธรรม แด่พระสงฆ์ จำนวน ๙ รูป เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนาสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครบรอบปีที่ ๖๗ ณ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมี พระธรรมวชิราธิบดี เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพลเอก จรัล กุลละวณิชย์ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙

    การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙

           เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๙ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น ๓ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล และ ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference System) โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ ด้านการข่าวในห้วงที่ผ่านมา ตลอดจนรับทราบผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้พระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้        โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดนราธิวาส ยกเว้นอำเภอยี่งอ อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดปัตตานี ยกเว้นอำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอมายอ อำเภอไม้แก่น อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน และจังหวัดยะลา ยกเว้นอำเภอเบตง อำเภอยะหา อำเภอรามัน อำเภอกาบัง และอำเภอกรงปินัง) ออกไปอีก ๓ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๙ และสิ้นสุดลงในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๗๐ เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง และ เพื่อคงไว้ซึ่งเครื่องมือทางกฎหมายที่จำเป็นสำหรับการป้องกัน ระงับ และยับยั้งสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ตลอดจนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการจะได้นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป        นอกจากนี้ ประธานกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านและสับเปลี่ยนกำลังพล เพื่อเตรียมความพร้อมและลดความเสี่ยงต่อเหตุรุนแรง พร้อมทั้งให้ กอ.รมน.ภาค ๔ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการจัดทำแผนปฏิบัติการปรับลดพื้นที่การประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ฉบับใหม่ สำหรับปี ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕ เพื่อรองรับแผนฉบับแก้ไขที่สิ้นอายุในปี ๒๕๗๐ โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่และเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ

    กลุ่มกฎหมาย (กกม.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการจัดการชายแดนไทย – มาเลเซีย (Border Management Working Group: BMWG) ครั้งที่ ๓๙ ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

    การเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการจัดการชายแดนไทย – มาเลเซีย (Border Management Working Group: BMWG) ครั้งที่ ๓๙ ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

           นายพิชญเดช โอสถานนท์ ผู้อำนวยการกองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน ในฐานะประธานฝ่ายไทย ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการจัดการชายแดนไทย - มาเลเซีย (Border Management Working Group: BMWG) ครั้งที่ ๓๙ ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๑๘ กันยายน ๒๕๖๙ ณ โรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการชายแดนไทย - มาเลเซีย โดยมี นาย Mohd Badrie bin Abd Rahim ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการชายแดน สภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย เป็นประธานร่วมฝ่ายมาเลเซีย โดยการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการชายแดนไทย - มาเลเซีย พร้อมทั้งหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือในการรักษาความมั่นคงชายแดน การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการค้าชายแดน ตลอดจนการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน        ในโอกาสดังกล่าว ประธานทั้งสองฝ่ายยังได้พบหารือเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะเพื่อพัฒนาความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างการจัดการชายแดนของทั้งสองประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การจัดตั้งกลไก Joint Technical Committee on Border Matters (JTCBM) ความคืบหน้าการสร้างรั้วเดี่ยวบนเส้นเขตแดนบริเวณด้านนอก และการขยายเวลาทำการจุดผ่านแดนถาวรปาดังเบซาร์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งสินค้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้เห็นชอบร่วมกัน เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙        การประชุม BMWG ครั้งที่ ๓๙ ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยและมาเลเซียในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้พื้นที่ชายแดนมีความมั่นคง ปลอดภัย และเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของทั้งสองประเทศ        Mr. Pitchayadet Osathanon, Director of Border Security and Neighbouring Countries Affairs Division, led the Thai delegations to attend the 39th Meeting of the Border Management Working Group (BMWG) during 16 – 18 September 2026 at Lee Gardens Plaza Hotel in Hat Yai, Songkhla. The meeting was co-chaired by Mr. Mohd Badrie bin Abd. Rahim, Director of the Border Management Division, National Security Council of Malaysia. During the meeting, both sides reviewed the implementation of ongoing bilateral border management initiatives and exchanged views on enhancing cooperation in border security, facilitating cross-border trade and the movement of people, and promoting the well-being of communities along the Thailand–Malaysia border.        On this occasion, the co-chairs also exchanged views on ways to further enhance the effectiveness of bilateral border management, with a focus on key initiatives, including the establishment of the Joint Technical Committee on Border Matters (JTCBM), progress in the construction of a Single Barrier at Dannok - Bukit Kayu Hitam, and the extension of operating hours at the Padang Besar Immigration Checkpoint (ICQ) to facilitate the movement of passengers and goods between the two countries, which was agreed upon by the Prime Ministers of Thailand and Malaysia on 9 July 2026.        The 39th BMWG Meeting reaffirmed the commitment of both countries to strengthening bilateral cooperation in border management and promoting security, sustainability, and mutual benefits of Thailand and Malaysia.

    กองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน (กชป.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    กิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) ๒๘ กันยายน ประจำปี ๒๕๖๙

    กิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) ๒๘ กันยายน ประจำปี ๒๕๖๙

           วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ น. นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) ๒๘ กันยายน ประจำปี ๒๕๖9 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณเสาธง หน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก

    การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก

           เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ นายไผท สิทธิสุนทร ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน การประชุมส่วนราชการเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ณ โรงแรมโอโซ่ นอร์ธ พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Zoom) โดยมีเป้าหมายสำคัญ ๓ ประการ ได้แก่ ๑) สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐทุกระดับในการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ และร่วมวางแนวทางขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงให้เกิดเอกภาพ ๒) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ และ ๓) สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเผยแพร่กระบวนการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ให้หน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถมีบทบาทและร่วมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ        ในการนี้ ผู้แทนจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก จำนวน ๒๕ จังหวัด อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปลัดจังหวัดปราจีนบุรี ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงผู้แทนส่วนราชการส่วนภูมิภาคในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัดชลบุรี รวมจำนวนมากกว่า ๗๐ หน่วยงาน ได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ อาทิ การสะท้อนข้อจำกัดของการขับเคลื่อนที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์และสภาพปัญหาในพื้นที่เพื่อใช้ปรับแนวทางดำเนินการรองรับนโยบายทั้ง ๖ นโยบายฯ และการให้ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการขับเคลื่อนฉบับใหม่ฯ ทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจะได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพัฒนา/ปรับปรุงร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

    กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    สมช. ร่วมกับ สกมช. เร่งสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของไทยเริ่มวางรากฐานระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์สู่ Post-Quantum Cryptography

    สมช. ร่วมกับ สกมช. เร่งสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของไทยเริ่มวางรากฐานระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์สู่ Post-Quantum Cryptography

           เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือประชาคมไซเบอร์ ครั้งที่ ๒ ภายใต้หัวข้อ “Preparing Thailand for the Post-Quantum Era: ยุคควอนตัม ความท้าทายใหม่กับความมั่นคงของชาติ”        รอง ลมช. รัชกรณ์ฯ เน้นย้ำความสำคัญของการเตรียมพร้อมสู่ยุค Post-Quantum โดยเฉพาะความเสี่ยงจากแนวคิด “Harvest Now, Decrypt Later” หรือการที่ผู้ไม่ประสงค์ดีดักจับและจัดเก็บข้อมูลเข้ารหัสในปัจจุบัน เพื่อรอถอดรหัสในอนาคตเมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีศักยภาพเพียงพอ ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลประชาชนและข้อมูลสำคัญของประเทศตั้งแต่วันนี้        งานดังกล่าวยังประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้        ๑)การกล่าวปาฐกถา โดย พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ซึ่ง ลธ.กมช. ได้นำเสนอว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม (Post-Quantum Cryptography: PQC) เป็นประโยชน์ต่อประเทศในแง่ “การสร้างความเชื่อมั่น” โดยยกตัวอย่างนโยบายขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development; OECD) ในการส่งเสริมการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึง quantum computing และได้นำเสนอเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ในไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ PQC        ๒)กิจกรรมการเสวนา “A National Roadmap for Post-Quantum Readiness: แนวทางและทิศทางการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่ยุค Post-Quantum” โดยผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและทิศทางการเตรียมความพร้อมของไทย        ๓)การนำเสนอ (ร่าง) แผนแม่บทการเปลี่ยนผ่านสู่ความปลอดภัยเชิงควอนตัม พ.ศ. ๒๕๖๙ - ๒๕๗๘ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ พรหมวิกร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ        ๔)กิจกรรม Workshop “สำรวจความพร้อมของหน่วยงานเพื่อรองรับแผนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคควอนตัม” โดยศูนย์วิจัยความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สกมช.

    กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ (กภช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครบรอบปีที่ ๖๗

    วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครบรอบปีที่ ๖๗

           วันอังคารที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๔๕ น. ผู้บริหาร พร้อมด้วยอดีตผู้บริหาร ข้าราชการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีทำบุญถวายภัตตาหาร และถวายเครื่องไทยธรรม แด่พระสงฆ์ จำนวน ๙ รูป เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนาสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครบรอบปีที่ ๖๗ ณ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมี พระธรรมวชิราธิบดี เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพลเอก จรัล กุลละวณิชย์ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    กิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) ๒๘ กันยายน ประจำปี ๒๕๖๙

    กิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) ๒๘ กันยายน ประจำปี ๒๕๖๙

           วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ น. นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) ๒๘ กันยายน ประจำปี ๒๕๖9 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณเสาธง หน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    พิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

    พิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

           วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๓๐ น. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หารือผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐเกาหลี (The meeting between Thailand’s Secretary-General of the National Security Council and South Korea’s Vice Minister for Strategy and Intelligence)

    เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หารือผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐเกาหลี (The meeting between Thailand’s Secretary-General of the National Security Council and South Korea’s Vice Minister for Strategy and Intelligence)

            เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้หารือกับนาย Jeong Yeondoo ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ฝ่ายยุทธศาสตร์ทางการทูตและการข่าว (Vice Minister for Strategy and Intelligence) กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี         การหารือครอบคลุมประเด็นด้านความมั่นคงที่สำคัญและอยู่ในความสนใจร่วมกัน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ตลอดจนแนวนโยบายและประสบการณ์ของไทยในการบริหารจัดการชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน         การหารือดังกล่าวจัดขึ้นในโอกาสที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและคณะเดินทางเยือนสาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 9 – 11 กันยายน 2569 เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเชิงยุทธศาสตร์กับหน่วยงานด้านความมั่นคงของสาธารณรัฐเกาหลี อันเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ         On 10 September 2026, Mr. Chatchai Bangchaud, Secretary-General of the National Security Council of Thailand (NSC), met with Mr. Jeong Yeondoo, Vice Minister for Strategy and Intelligence at the Ministry of Foreign Affairs (MOFA) of the Republic of Korea.         The two officials discussed key security issues of mutual interest, with a particular focus on the situation in the Korean Peninsula, as well as Thailand’s policies and experiences in managing its borders with neighbouring countries.         The meeting took place during the visit of the Secretary-General and his delegation to the Republic of Korea from 9 - 11 September 2026, with the objectives of exchanging strategic insights with relevant South Korean counterparts, which will contribute to the strengthening of security cooperation and institutional relations between the two countries.

    กองประเมินภัยคุกคาม (กปภ.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำร่างดัชนีความมั่นคงแห่งชาติ (Thailand National Security Index: NSI – Thailand) รองรับการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕)

    การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำร่างดัชนีความมั่นคงแห่งชาติ (Thailand National Security Index: NSI – Thailand) รองรับการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕)

           เมื่อวันที่ ๑ - ๒ กันยายน ๒๕๖๙ นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำร่างดัชนีความมั่นคงแห่งชาติ (Thailand National Security Index: NSI - Thailand) รองรับการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ - ๒๕๗๕) ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์ ๒ ประการ ได้แก่ ๑) เพื่อรับทราบกรอบร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ - ๒๕๗๕) รวมถึงกรอบแนวคิดและแนวทางการจัดทำร่างดัชนีความมั่นคงแห่งชาติ ๒) เพื่อระดมความเห็นและแลกเปลี่ยนข้อมูลประกอบการจัดทำนิยามเชิงปฏิบัติการในส่วนต่าง ๆ ของดัชนีความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงเป็นการสำรวจและตรวจสอบข้อมูลตัวชี้วัดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับนำมาพัฒนาการจัดทำดัชนีความมั่นคงแห่งชาติให้มีความครอบคลุม และสอดรับกับกรอบร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ และสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงในห้วงปี ๒๕๗๑ - ๒๕๗๕        ในการนี้ ผู้แทนส่วนราชการ รวมจำนวนกว่า ๖๐ หน่วยงาน ได้ร่วมทำกิจกรรมและให้ความเห็นต่อนิยามเชิงปฏิบัติการ “ความมั่นคงแห่งชาติ” และนิยามเชิงปฏิบัติการ “๖ ประเด็นนโยบายและแผนความมั่นคง” ภายใต้ร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลตัวชี้วัดภายใต้ร่างดัชนีความมั่นคงแห่งชาติ (NSI - Thailand) ผ่านการวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ เพื่อเป็นข้อเสนอแนะต่อการจัดทำดัชนีความมั่นคงแห่งชาติให้เป็นเครื่องมือชี้วัดระดับนโยบายของประเทศในด้านความมั่นคงที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพต่อไป

    กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    โครงการอบรมและทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

    โครงการอบรมและทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

           วันที่ 2 กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. นายภาณุทัต ภูริปัญญวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าร่วมโครงการอบรมและทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการและสาระสำคัญของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ และสามารถนำความรู้ไปบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารของราชการได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙

    การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙

           เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๙ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น ๓ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล และ ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference System) โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ ด้านการข่าวในห้วงที่ผ่านมา ตลอดจนรับทราบผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้พระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้        โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดนราธิวาส ยกเว้นอำเภอยี่งอ อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดปัตตานี ยกเว้นอำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอมายอ อำเภอไม้แก่น อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน และจังหวัดยะลา ยกเว้นอำเภอเบตง อำเภอยะหา อำเภอรามัน อำเภอกาบัง และอำเภอกรงปินัง) ออกไปอีก ๓ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๙ และสิ้นสุดลงในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๗๐ เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง และ เพื่อคงไว้ซึ่งเครื่องมือทางกฎหมายที่จำเป็นสำหรับการป้องกัน ระงับ และยับยั้งสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ตลอดจนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการจะได้นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป        นอกจากนี้ ประธานกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านและสับเปลี่ยนกำลังพล เพื่อเตรียมความพร้อมและลดความเสี่ยงต่อเหตุรุนแรง พร้อมทั้งให้ กอ.รมน.ภาค ๔ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการจัดทำแผนปฏิบัติการปรับลดพื้นที่การประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ฉบับใหม่ สำหรับปี ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕ เพื่อรองรับแผนฉบับแก้ไขที่สิ้นอายุในปี ๒๕๗๐ โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่และเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ

    กลุ่มกฎหมาย (กกม.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการจัดการชายแดนไทย – มาเลเซีย (Border Management Working Group: BMWG) ครั้งที่ ๓๙ ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

    การเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการจัดการชายแดนไทย – มาเลเซีย (Border Management Working Group: BMWG) ครั้งที่ ๓๙ ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

           นายพิชญเดช โอสถานนท์ ผู้อำนวยการกองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน ในฐานะประธานฝ่ายไทย ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการจัดการชายแดนไทย - มาเลเซีย (Border Management Working Group: BMWG) ครั้งที่ ๓๙ ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๑๘ กันยายน ๒๕๖๙ ณ โรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการชายแดนไทย - มาเลเซีย โดยมี นาย Mohd Badrie bin Abd Rahim ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการชายแดน สภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย เป็นประธานร่วมฝ่ายมาเลเซีย โดยการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการชายแดนไทย - มาเลเซีย พร้อมทั้งหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือในการรักษาความมั่นคงชายแดน การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการค้าชายแดน ตลอดจนการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน        ในโอกาสดังกล่าว ประธานทั้งสองฝ่ายยังได้พบหารือเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะเพื่อพัฒนาความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างการจัดการชายแดนของทั้งสองประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การจัดตั้งกลไก Joint Technical Committee on Border Matters (JTCBM) ความคืบหน้าการสร้างรั้วเดี่ยวบนเส้นเขตแดนบริเวณด้านนอก และการขยายเวลาทำการจุดผ่านแดนถาวรปาดังเบซาร์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งสินค้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้เห็นชอบร่วมกัน เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙        การประชุม BMWG ครั้งที่ ๓๙ ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยและมาเลเซียในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้พื้นที่ชายแดนมีความมั่นคง ปลอดภัย และเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของทั้งสองประเทศ        Mr. Pitchayadet Osathanon, Director of Border Security and Neighbouring Countries Affairs Division, led the Thai delegations to attend the 39th Meeting of the Border Management Working Group (BMWG) during 16 – 18 September 2026 at Lee Gardens Plaza Hotel in Hat Yai, Songkhla. The meeting was co-chaired by Mr. Mohd Badrie bin Abd. Rahim, Director of the Border Management Division, National Security Council of Malaysia. During the meeting, both sides reviewed the implementation of ongoing bilateral border management initiatives and exchanged views on enhancing cooperation in border security, facilitating cross-border trade and the movement of people, and promoting the well-being of communities along the Thailand–Malaysia border.        On this occasion, the co-chairs also exchanged views on ways to further enhance the effectiveness of bilateral border management, with a focus on key initiatives, including the establishment of the Joint Technical Committee on Border Matters (JTCBM), progress in the construction of a Single Barrier at Dannok - Bukit Kayu Hitam, and the extension of operating hours at the Padang Besar Immigration Checkpoint (ICQ) to facilitate the movement of passengers and goods between the two countries, which was agreed upon by the Prime Ministers of Thailand and Malaysia on 9 July 2026.        The 39th BMWG Meeting reaffirmed the commitment of both countries to strengthening bilateral cooperation in border management and promoting security, sustainability, and mutual benefits of Thailand and Malaysia.

    กองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน (กชป.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก

    การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก

           เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ นายไผท สิทธิสุนทร ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน การประชุมส่วนราชการเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ณ โรงแรมโอโซ่ นอร์ธ พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Zoom) โดยมีเป้าหมายสำคัญ ๓ ประการ ได้แก่ ๑) สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐทุกระดับในการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ และร่วมวางแนวทางขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงให้เกิดเอกภาพ ๒) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ และ ๓) สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเผยแพร่กระบวนการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ให้หน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถมีบทบาทและร่วมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ        ในการนี้ ผู้แทนจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก จำนวน ๒๕ จังหวัด อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปลัดจังหวัดปราจีนบุรี ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงผู้แทนส่วนราชการส่วนภูมิภาคในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัดชลบุรี รวมจำนวนมากกว่า ๗๐ หน่วยงาน ได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ อาทิ การสะท้อนข้อจำกัดของการขับเคลื่อนที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์และสภาพปัญหาในพื้นที่เพื่อใช้ปรับแนวทางดำเนินการรองรับนโยบายทั้ง ๖ นโยบายฯ และการให้ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการขับเคลื่อนฉบับใหม่ฯ ทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจะได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพัฒนา/ปรับปรุงร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

    กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    สมช. ร่วมกับ สกมช. เร่งสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของไทยเริ่มวางรากฐานระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์สู่ Post-Quantum Cryptography

    สมช. ร่วมกับ สกมช. เร่งสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของไทยเริ่มวางรากฐานระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์สู่ Post-Quantum Cryptography

           เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือประชาคมไซเบอร์ ครั้งที่ ๒ ภายใต้หัวข้อ “Preparing Thailand for the Post-Quantum Era: ยุคควอนตัม ความท้าทายใหม่กับความมั่นคงของชาติ”        รอง ลมช. รัชกรณ์ฯ เน้นย้ำความสำคัญของการเตรียมพร้อมสู่ยุค Post-Quantum โดยเฉพาะความเสี่ยงจากแนวคิด “Harvest Now, Decrypt Later” หรือการที่ผู้ไม่ประสงค์ดีดักจับและจัดเก็บข้อมูลเข้ารหัสในปัจจุบัน เพื่อรอถอดรหัสในอนาคตเมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีศักยภาพเพียงพอ ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลประชาชนและข้อมูลสำคัญของประเทศตั้งแต่วันนี้        งานดังกล่าวยังประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้        ๑)การกล่าวปาฐกถา โดย พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ซึ่ง ลธ.กมช. ได้นำเสนอว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม (Post-Quantum Cryptography: PQC) เป็นประโยชน์ต่อประเทศในแง่ “การสร้างความเชื่อมั่น” โดยยกตัวอย่างนโยบายขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development; OECD) ในการส่งเสริมการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึง quantum computing และได้นำเสนอเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ในไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ PQC        ๒)กิจกรรมการเสวนา “A National Roadmap for Post-Quantum Readiness: แนวทางและทิศทางการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่ยุค Post-Quantum” โดยผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและทิศทางการเตรียมความพร้อมของไทย        ๓)การนำเสนอ (ร่าง) แผนแม่บทการเปลี่ยนผ่านสู่ความปลอดภัยเชิงควอนตัม พ.ศ. ๒๕๖๙ - ๒๕๗๘ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ พรหมวิกร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ        ๔)กิจกรรม Workshop “สำรวจความพร้อมของหน่วยงานเพื่อรองรับแผนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคควอนตัม” โดยศูนย์วิจัยความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สกมช.

    กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ (กภช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมหารือด้านความมั่นคงระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ครั้งที่ ๓ (3rd Indonesia – Thailand Security Dialogue)

    การประชุมหารือด้านความมั่นคงระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ครั้งที่ ๓ (3rd Indonesia – Thailand Security Dialogue)

           การหารือด้านความมั่นคงระหว่างไทย-อินโดนีเซีย ครั้งที่ ๓ (The 3rd Indonesia-Thailand Security Dialogue: ITSD) จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๙ ณ เมืองยอกยาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยมี นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และพลโท โมฮัมหมัด ฮาซัน (Mochammad Hasan) เลขาธิการกระทรวงประสานงานกิจการการเมืองและความมั่นคงแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เป็นประธานร่วมการประชุม ทั้งนี้ คณะผู้แทนฝ่ายไทยประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา        ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับโลก ผลกระทบต่อภูมิภาค ตลอดจนความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพภายในประเทศและในระดับภูมิภาค นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีในด้านต่าง ๆ อาทิ ความมั่นคงทางทะเล อาชญากรรมข้ามชาติ การต่อต้านการก่อการร้ายและแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์        The 3rd Indonesia-Thailand Security Dialogue (ITSD) was held on 17 September 2026 in Yogyakarta, Indonesia. His Excellency Mr. Woranut Khongmuang, Deputy Secretary-General of the National Security Council of the Kingdom of Thailand, and His Excellency, Lieutenant General Mochammad Hasan, Secretary of the Coordinating Ministry for Political and Security Affairs of the Republic of Indonesia, co-chaired the Meeting. The Thai delegation comprised representatives from the Ministry of Social Development and Human Security, the Office of the Narcotics Control Board, the Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation, Ministry of Natural Resources and Environment, and the Royal Thai Embassy in Jakarta.        The meeting shared perspectives on regional and global security challenges, their implications for the region, and the importance of maintaining domestic and regional stability. The meeting also explored various areas for enhancing bilateral cooperation, including maritime security, transnational crime, the prevention of violent extremism, and cybersecurity.

    กองความมั่นคงระหว่างประเทศ (กรป.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อกำกับติดตามผลไตรมาส ๔ ภายใต้แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙

    การประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อกำกับติดตามผลไตรมาส ๔ ภายใต้แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙

           นายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อกำกับติดตามผลไตรมาสที่ ๔ ภายใต้แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ และผ่านระบบ Video Conference        ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณไตรมาสที่ ๔ ภายใต้แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ที่ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติในลักษณะบูรณาการ โดยมี สมช. เป็นเจ้าภาพหลัก รวมทั้ง มี กอ.รมน. และ ศอ.บต. เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งมีงบประมาณรวมทั้งสิ้น ๑,๔๗๓ ล้านบาทเศษ และมีหน่วยรับงบประมาณ ๒๒ หน่วยงาน รวมทั้ง มีโครงการสำคัญ ๕ โครงการ ได้แก่ ๑) โครงการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ๒) โครงการส่งเสริมการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓) โครงการเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันในสังคม ๔) โครงการพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่ และ ๕) โครงการเสริมสร้างความเข้าใจและประสานงานความร่วมมือ ซึ่งในภาพรวมมีผลการใช้จ่ายงบประมาณเกินกว่าร้อยละ ๙๐ โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานในเชิงประเด็นและดำเนินการสอดคล้องตามนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ – ๒๕๗๐        ในการนี้ ประธานฯ ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้น้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 การจะพัฒนาและแก้ไขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ต้องอาศัยความตั้งใจจริงในการปฏิบัติงานของหน่วยงานทุกหน่วย ประกอบกับการประสานความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง ด้วยความเข้าใจเจตนารมณ์อันดีที่จะช่วยให้สังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ช่วยสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน สร้างความเข้าใจและดูแลทุกข์สุขประชาชนเหมือนญาติมิตร หากทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ก็วางใจได้ว่าสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีความเจริญ มีการพัฒนา มีความสงบร่มเย็น ประชาชนจะดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกราบรื่น สามารถประกอบสัมมาอาชีพทำหน้าที่การงาน และดูแลครอบครัวได้อย่างเป็นปกติสุขต่อไป

    กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม (กชต.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    แถลงการณ์ต่อกรณีการก่อเหตุสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569

    แถลงการณ์ต่อกรณีการก่อเหตุสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569

           

    กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    คำแถลงการณ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ประเด็นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา

    คำแถลงการณ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ประเด็นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา

    ๑. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของสภาความมั่นคงเเห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ยินดีกับแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย - กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๘ ที่สะท้อนให้เห็นความจริงใจและเจตนารมณ์ของไทยในการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีผ่านกรอบความร่วมมือระดับทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน โดยแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวดำเนินการภายใต้กรอบที่สภาความมั่นคงและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๘ ๒. สมช. ขอยืนยันว่าการลงนามในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเป็นผลจาก การพิจารณาและตัดสินใจร่วมกันของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองชีวิต ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่และประชาชน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการแห่งสันติภาพและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประเทศไทยถูกละเมิดอธิปไตยหรือถูกรุกรานอีกครั้ง ประเทศไทยมีความจำเป็นและมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน ภายใต้กรอบของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าวมาโดยตลอดอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ๓. ประเด็นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย – กัมพูชา         • ที่ผ่านมารัฐบาล กองทัพ ภายใต้การสนับสนุนของประชาชน ได้ร่วมกันทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างสุดความสามารถ ซึ่ง สมช. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ อย่างไรก็ดี สมช. มีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนอย่างเหมาะสม ครอบคลุม และต่อเนื่อง ตลอดจนดูแลความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ ๔. ประเด็นด้านมนุษยธรรม         • ที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองชีวิต ศักดิ์ศรี และความปลอดภัยของบุคคลที่ไม่เข้าร่วมการสู้รบเป็นหลัก จึงนำมาซึ่งการปล่อยตัวเชลยศึกกัมพูชาจำนวน ๑๘ คน ในวันนี้ ตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๘ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด         • ประเทศไทยคาดหวังให้กัมพูชา แสดงท่าทีและบทบาทอย่างเป็นรูปธรรมในการปฎิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรมในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน เช่น การคุ้มครองสวัสดิภาพและอำนวยความสะดวก คนไทยในกัมพูชาให้กลับประเทศได้อย่างปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้ กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือและเร่งรัดการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่เสี่ยงอย่างจริงจัง         • ขอย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการสำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ได้แก่ หลักการแบ่งแยกพลรบกับพลเรือน (Principle of Distinction) หลักความได้สัดส่วน (Proportionality) และหลักมนุษยธรรม (Humanity) รวมถึงเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการทำลายทุ่นระเบิดดังกล่าว (Ottawa Convention) ซึ่งมุ่งหมายให้รัฐภาคีงดการใช้และการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเป็นระบบและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียต่อทุกฝ่ายในอนาคต         • เห็นว่าการยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและการปฏิบัติตามพันธกรณีตามอนุสัญญาดังกล่าวอย่างจริงใจ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง ความไว้วางใจ สันติภาพ และความปลอดภัยอย่างยั่งยืนตามแนวชายแดนและในภูมิภาคโดยรวม ๕. ประเด็นการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต         • เมื่อวันที่ ๑๗ - ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ กระทรวงการต่างประเทศของไทยร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on the Global Partnership against Online Scams) โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า ๖๐ ประเทศ ซึ่งไทยถือว่าปัญหาดังกล่าวเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและเป็นปัญหาร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณนานาประเทศที่สนับสนุนบทบาทของไทยในเวทีดังกล่าว อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าเสียดายที่กัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมการประชุมฯ         • ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติรวมถึงการหลอกลวงทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์ร่วมกับกัมพูชา แต่การดำเนินการยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก จึงต้องการเห็นกัมพูชาร่วมมือในการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างเด็ดขาดและเป็นรูปธรรม เพื่อความมั่นคงของภูมิภาค ๖. ประเด็นเขตแดน         • การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย - กัมพูชา ซึ่งไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เเละสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง และยึดถือตามแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ เป็นหลัก เนื่องจากมีความชัดเจน ถูกต้องแม่นยำ สอดคล้องกับภูมิประเทศจริง และลากเส้นตามฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การประชุม JBC ที่จะมีขึ้นในอนาคตจำเป็นต้องคำนึงถึงเงื่อนไขและห้วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในอนาคตที่จะพิจารณาการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป ซึ่งอาจมีการทบทวนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 43) จึงต้องคำนึงถึงเงื่อนไขในอนาคตด้วย ๗. สุดท้ายนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยจะดำรงการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมฯ ตราบเท่าที่กัมพูชาจะดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจะดำรงความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    แถลงการณ์ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

    แถลงการณ์ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

            พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 จนถึงขณะนี้ ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลติดตามอย่างใกล้ชิดในทุกระยะ และได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง บูรณาการการทำงานอย่างเต็มสรรพกำลัง เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และปกป้องอธิปไตยของชาติไทยอย่างเคร่งครัด         รัฐบาลขอยืนยันว่า ประเทศไทยจะดำรงความมุ่งมั่นสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรม และในวันนี้ ได้มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีมติยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ คือ จะมีปฏิบัติการทางทหารในทุกกรณี ตามเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้มีการปฏิบัติการทางทหารในเรื่องอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น         รัฐบาลมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ในความสามารถของกองทัพไทย ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบตามกฎการใช้กำลัง และยึดหลักมนุษยธรรมในการปกป้องพี่น้องประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดแนวพื้นที่ชายแดน พร้อมกันนี้ รัฐบาลขอส่งกำลังใจ และความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความเป็นอยู่และความปลอดภัย ที่พักพิง อาหาร น้ำดื่ม การบริการทางการแพทย์ และสวัสดิการที่จำเป็น อย่างเต็มความสามารถ         เพื่อความถูกต้องของข้อมูลที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ และเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนเกิดความตื่นตระหนก รัฐบาลขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางของราชการเท่านั้น และมอบหมายให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้สื่อสารข้อมูลหลักในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้         รัฐบาลจะบูรณาการข้อมูลร่วมกับทุกเหล่าทัพ และหน่วยงานความมั่นคงทุกระดับ เพื่อให้ข้อมูลที่ออกสู่สาธารณะไปยังพี่น้องประชาชน มีความถูกต้อง ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน         รัฐบาลขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า การปกป้องประเทศชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน คือ ภารกิจสูงสุดของรัฐบาลและกองทัพไทย         ประเทศไทยไม่เคยต้องการเห็นความรุนแรง โดยยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยเป็นฝ่ายริเริ่ม หรือรุกรานแต่อย่างใด แต่ประเทศไทยจะไม่ยอมให้มีการล่วงละเมิดอธิปไตย และจะดำเนินการอย่างมีเหตุมีผล รอบคอบ ยึดหลักสันติภาพ ความมั่นคง และมนุษยธรรม เป็นสำคัญ         รัฐบาลจะรายงานสถานการณ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง และพร้อมดำเนินการทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศ อธิปไตย บูรณภาพ และดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด         ท้ายที่สุดนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล และในศักยภาพของกองทัพไทย และร่วมกันให้กำลังใจ และสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้โดยทั่วกัน

    กองความมั่นคงภายในประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    ประเทศไทยต้องไปต่อ…อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน

    ประเทศไทยต้องไปต่อ…อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน

            ประเทศไทยต้องไปต่อ...อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน ? ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) และติดตามความก้าวหน้าของการจัดทำแผนพัฒนาฯ ได้ที่ 14thplan.nesdc.go.th ❛❛ ประเทศไทยในฝัน ร่วมผลักดันให้เป็นจริง❜❜ #แผน14 #เราคิดเราเห็นเราเป็นได้ #สภาพัฒน์

       

    อ่านต่อ

    แผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี

    แผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี

            เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 69 ลมช ได้อนุมัติแผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 69 เพื่อรับมือวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยการเสนอจากกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการกำหนดแนวทางมาตรการการลดใช้พลังงานให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อเป็นต้นแบบแก่ภาคเอกชนและประชาชน ซึ่งแผนปฏิบัติการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการลดใช้พลังงานของ สมช. ต่อไป

    กลุ่มงานบริหารพัสดุ อาคารสถานที่ และยานพาหนะ (พอย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย

    การส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย

           

    คณะทำงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ

    การสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ

    คณะทำงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    PROCUREMENRT NEWS AND JOB NEWS
    ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง และ ข่าวรับสมัครงาน

    ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง

    ข่าวรับสมัครงาน
    ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
    KNOWLEDGE CENTER
    ศูนย์ความรู้ สมช.
    วีดิทัศน์สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.2566 - 2570)ฉบับซับภาษาอังกฤษและภาษามือ

    วีดิทัศน์เกี่ยวกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์แนะนำสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

    Loading

    Top