Accessibility Tools

Skip to main content
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น. - 16.30 น.
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร
  • Banner
  • Marsec8 69UMSban

  • นยม. 71-75 Banner

  • Marsecfocus 7 69

  • Marsecfocus6 69

  • Marsec5 69ban

  • Marsec469ban

  • MarsecFocus3/2569

  • MarsecFocus2/2569

  • Chulu_NSC

  • Law

  • No Gift Policy

  • Chandra

  • nsoweb

  • VTR_NSC

  • nsc_policy_66-70

  • plan-66-70

  • Prepare66-70

  • National-Maritime-Security-Plan

  • Action Plan On Border Security

  • EAR

    พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์

    เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    NEWS & EVENTS
    ข่าวประชาสัมพันธ์

    การประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Home Ministers’ Meeting: HMM) และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Senior Officials of Home Ministries: SOM-H) ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย

    การประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Home Ministers’ Meeting: HMM) และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Senior Officials of Home Ministries: SOM-H) ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย

           เมื่อวันที่ ๑๒ - ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้เข้าร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Senior Officials of Home Ministries: SOM-H) โดยมี นายรพี โล่ชัยยะกูล ผู้อำนวยการกองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ เป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม และการประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Home Ministers’ Meeting: HMM) ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยมี นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมฯ        ผู้แทนไทย ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุม และได้ร่วมรับรองปฏิญญาเดลี (Delhi Declaration) ในหลักการ ซึ่งเป็นเอกสารแสดงท่าทีและความมุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคงภายใต้กรอบ BIMSTEC บนหลักการเคารพอธิปไตยและการไม่แทรกแซงกิจการภายใน การตระหนักถึงภัยคุกคามข้ามชาติร่วมกันในภูมิภาคอ่าวเบงกอล อาทิ การก่อการร้าย ยาเสพติด การค้ามนุษย์และศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (scam centers) อาชญากรรมไซเบอร์ และการฟอกเงิน รวมถึงการเร่งรัดการปฏิบัติตามอนุสัญญา BIMSTEC ที่มีอยู่ และการจัดทำร่างอนุสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน การโอนตัวผู้ต้องคำพิพากษา และการต่อต้านการค้ามนุษย์ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว        การประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC เป็นกรอบความร่วมมือและกลไกการดำเนินงานระดับภูมิภาคอย่างครอบคลุม ใน ๗ ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (๑) การป้องกันการค้ายาเสพติด สารออกฤทธิ์ทางจิต และสารตั้งต้น (๒) ประเด็นทางกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย (๓) การต่อต้านการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (๔) การค้ามนุษย์ (๕) ความร่วมมือในการต่อต้านการบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง และการก่อการร้าย (๖) การพัฒนาศักยภาพและโครงการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และ (๗) ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ

    กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ (กภช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การเข้าร่วมประชุมระดับอนุภูมิภาคว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและความมั่นคงข้ามชาติ  ครั้งที่ 7 (7th Sub-Regional Meeting on Counter Terrorism and Transnational Security) ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

    การเข้าร่วมประชุมระดับอนุภูมิภาคว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและความมั่นคงข้ามชาติ ครั้งที่ 7 (7th Sub-Regional Meeting on Counter Terrorism and Transnational Security) ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

           นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยนายไผท สิทธิสุนทร ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมระดับอนุภูมิภาคว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและความมั่นคงข้ามชาติ ครั้งที่ 7 (7th Sub-Regional Meeting on Counter Terrorism and Transnational Security) เมื่อวันที่ 22 - 23 ตุลาคม 2569 ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย        โอกาสเดียวกันนี้ คณะผู้แทนไทยได้รับเกียรติจากนายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สถานทูตฯ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา        ในส่วนการประชุม SRM ครั้งที่ 7 จัดขึ้น โรงแรม The Ritz-Carlton Jakarta, Mega Kuningan โดยมีพลเอก ดูดุง อับดูรัคห์มาน รัฐมนตรีประสานงานด้านการเมืองและความมั่นคงแห่งอินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพและประธานร่วมกับ นายโทนี เบิร์ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและพลเมือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศิลปะ และผู้นำสภาผู้แทนราษฎรแห่งออสเตรเลีย พร้อมด้วยผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกรวม 8 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย        ที่ประชุม SRM ครั้งที่ 7 ได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในภูมิภาคและระดับโลกที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยหารือใน 6 มิติหลัก ได้แก่        1. การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของสังคมและความมั่นคงในภูมิภาค ประเทศสมาชิกมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนแนวทางการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม (Whole-of-Society Approach) ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และผู้นำชุมชน/ศาสนา ตลอดจนการรักษาเสถียรภาพในเส้นทางคมนาคมทางทะเลและห่วงโซ่อุปทานตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)        2. การแก้ไขปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติและศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (Online Scam Centres) โดยมุ่งยกระดับความร่วมมือตลอดเส้นทาง (Whole-of-Corridor) ระหว่างประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทาง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนผู้โยกย้ายถิ่นฐานและการค้ามนุษย์ โดยเน้นย้ำการปราบปรามความเชื่อมโยงระหว่างศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) กับการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ ผ่านการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การคัดแยกผู้เสียหาย และการสืบสวนสอบสวนร่วมกันภายใต้กลไกตำรวจอาเซียน (ASEANPOL) และกระบวนการบาหลี (Bali Process)        3. ความมั่นคงทางทะเล ประเทศสมาชิกเห็นพ้องในการส่งเสริมการลาดตระเวนร่วม การฝึกผสม และการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางทะเล การทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) รวมถึงการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญใต้น้ำ เช่น สายเคเบิลและท่อส่งใต้น้ำ        4. การต่อต้านการก่อการร้ายและแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง โดยให้เฝ้าระวังการบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่งทางออนไลน์และในกลุ่มเยาวชน การก่อเหตุลำพัง (Lone Actors) และการนำเทคโนโลยีอุบัติใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อหรือระดมทุน พร้อมแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติในการบำบัดฟื้นฟูและคืนผู้กระทำผิดกลับสู่สังคม        5. การสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติและเส้นทางการเงินผิดกฎหมาย โดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติดและการสกัดกั้นกระแสการเงินผิดกฎหมาย ผ่านกลุ่มที่ปรึกษาข่าวกรองทางการเงิน (Financial Intelligence Consultative Group: FICG) และกลไกอาเซียน เพื่อติดตาม อายัด และเรียกคืนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ        6. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ประเทศสมาชิกต่างเห็นพ้องถึงความสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ การรับมือแรนซัมแวร์ (Ransomware) การซ้อมแผนเผชิญเหตุข้ามพรมแดน และการส่งเสริมการใช้ AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ        นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าของเวทีเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านนโยบายต่อต้านการก่อการร้าย (SOCTPF) อาทิ การจัดทำอภิธานศัพท์เนื้อหาสุดโต่งออนไลน์ ปี 2568 (Glossary of Extremist Content Online 2025) การจัดทำแนวปฏิบัติการแจ้งเตือนเนื้อหาอ่อนไหวในพื้นที่ออนไลน์ (Online Crisis Notification Protocol) และแผนงานของบรูไนดารุสซาลามและมาเลเซีย ในฐานะประธานร่วม SOCTPF ปี 2569–2570) ในการพัฒนากรอบการวิเคราะห์ความรู้สึก (Sentiment Analysis) เพื่อรับมือแนวคิดสุดโต่งออนไลน์ ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ออสเตรเลียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม SRM ครั้งที่ 8 ในโอกาสต่อไป

    กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ (กภช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ  ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

           วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มอบหมายนายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

    เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

           วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    พิธีสวดพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙

    พิธีสวดพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙

           วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๐๐ น. พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ ณ ท้องสนามหลวง โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    พิธีวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๙

    พิธีวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๙

           วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายภพหล้า ปิยะปานันท์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง พร้อมด้วยข้าราชการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าร่วมวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๙ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ  ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

           วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มอบหมายนายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

    เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

           วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ตามหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    พิธีสวดพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙

    พิธีสวดพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙

           วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๐๐ น. พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ ณ ท้องสนามหลวง โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    พิธีวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๙

    พิธีวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๙

           วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายภพหล้า ปิยะปานันท์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง พร้อมด้วยข้าราชการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าร่วมวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๙ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    พิธีวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” พุทธศักราช ๒๕๖๙

    พิธีวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” พุทธศักราช ๒๕๖๙

           วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๓๐ น. นายธีรภัทร จุนทการ ผู้อำนวยการกองประเมินภัยคุกคาม พร้อมด้วยข้าราชการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าร่วมวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” พุทธศักราช ๒๕๖๙ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อแผ่นดินและพสกนิกรชาวไทย ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การเข้าพบหารือระหว่างผู้อำนวยการกองความมั่นคงระหว่างประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสาธารณรัฐสโลวัก

    การเข้าพบหารือระหว่างผู้อำนวยการกองความมั่นคงระหว่างประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสาธารณรัฐสโลวัก

           เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๙ นายเรเน บาราน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ข้อบังคับ และการกำกับดูแล สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสาธารณรัฐสโลวัก พร้อมด้วยคณะ เข้าพบหารือกับนางสาวลือจิต ถิ่นพังงา ผู้อำนวยการกองความมั่นคงระหว่างประเทศ ณ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ ในโอกาสดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นความมั่นคงสำคัญหลายประการ อาทิ ความมั่นคงไซเบอร์ ตลอดจนหารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยและสาธารณรัฐสโลวักในห้วงถัดไป        On October 12, 2026, Mr. René Baran, Director of Department for International Relations, Regulation and Oversight Section, National Security Authority of the Slovak Republic, held a discussion with Ms. Luejit Tinpanga, Director of the Division of International Security, the Office of the National Security Council of Thailand, at the Office of the National Security Council, the Government House of Thailand. On this occasion, both sides exchanged information and views on several security topics, including cybersecurity and the potential to strengthen security cooperation between Thailand and the Slovak Republic in the future.

    กองความมั่นคงระหว่างประเทศ (กรป.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Home Ministers’ Meeting: HMM) และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Senior Officials of Home Ministries: SOM-H) ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย

    การประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Home Ministers’ Meeting: HMM) และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Senior Officials of Home Ministries: SOM-H) ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย

           เมื่อวันที่ ๑๒ - ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้เข้าร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Senior Officials of Home Ministries: SOM-H) โดยมี นายรพี โล่ชัยยะกูล ผู้อำนวยการกองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ เป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม และการประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC ครั้งที่ ๑ (1st BIMSTEC Home Ministers’ Meeting: HMM) ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยมี นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมฯ        ผู้แทนไทย ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุม และได้ร่วมรับรองปฏิญญาเดลี (Delhi Declaration) ในหลักการ ซึ่งเป็นเอกสารแสดงท่าทีและความมุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคงภายใต้กรอบ BIMSTEC บนหลักการเคารพอธิปไตยและการไม่แทรกแซงกิจการภายใน การตระหนักถึงภัยคุกคามข้ามชาติร่วมกันในภูมิภาคอ่าวเบงกอล อาทิ การก่อการร้าย ยาเสพติด การค้ามนุษย์และศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (scam centers) อาชญากรรมไซเบอร์ และการฟอกเงิน รวมถึงการเร่งรัดการปฏิบัติตามอนุสัญญา BIMSTEC ที่มีอยู่ และการจัดทำร่างอนุสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน การโอนตัวผู้ต้องคำพิพากษา และการต่อต้านการค้ามนุษย์ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว        การประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย BIMSTEC เป็นกรอบความร่วมมือและกลไกการดำเนินงานระดับภูมิภาคอย่างครอบคลุม ใน ๗ ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (๑) การป้องกันการค้ายาเสพติด สารออกฤทธิ์ทางจิต และสารตั้งต้น (๒) ประเด็นทางกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย (๓) การต่อต้านการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (๔) การค้ามนุษย์ (๕) ความร่วมมือในการต่อต้านการบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง และการก่อการร้าย (๖) การพัฒนาศักยภาพและโครงการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และ (๗) ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ

    กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ (กภช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การเข้าร่วมประชุมระดับอนุภูมิภาคว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและความมั่นคงข้ามชาติ  ครั้งที่ 7 (7th Sub-Regional Meeting on Counter Terrorism and Transnational Security) ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

    การเข้าร่วมประชุมระดับอนุภูมิภาคว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและความมั่นคงข้ามชาติ ครั้งที่ 7 (7th Sub-Regional Meeting on Counter Terrorism and Transnational Security) ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

           นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยนายไผท สิทธิสุนทร ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมระดับอนุภูมิภาคว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและความมั่นคงข้ามชาติ ครั้งที่ 7 (7th Sub-Regional Meeting on Counter Terrorism and Transnational Security) เมื่อวันที่ 22 - 23 ตุลาคม 2569 ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย        โอกาสเดียวกันนี้ คณะผู้แทนไทยได้รับเกียรติจากนายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สถานทูตฯ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา        ในส่วนการประชุม SRM ครั้งที่ 7 จัดขึ้น โรงแรม The Ritz-Carlton Jakarta, Mega Kuningan โดยมีพลเอก ดูดุง อับดูรัคห์มาน รัฐมนตรีประสานงานด้านการเมืองและความมั่นคงแห่งอินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพและประธานร่วมกับ นายโทนี เบิร์ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและพลเมือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศิลปะ และผู้นำสภาผู้แทนราษฎรแห่งออสเตรเลีย พร้อมด้วยผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกรวม 8 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย        ที่ประชุม SRM ครั้งที่ 7 ได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในภูมิภาคและระดับโลกที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยหารือใน 6 มิติหลัก ได้แก่        1. การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของสังคมและความมั่นคงในภูมิภาค ประเทศสมาชิกมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนแนวทางการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม (Whole-of-Society Approach) ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และผู้นำชุมชน/ศาสนา ตลอดจนการรักษาเสถียรภาพในเส้นทางคมนาคมทางทะเลและห่วงโซ่อุปทานตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)        2. การแก้ไขปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติและศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (Online Scam Centres) โดยมุ่งยกระดับความร่วมมือตลอดเส้นทาง (Whole-of-Corridor) ระหว่างประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทาง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนผู้โยกย้ายถิ่นฐานและการค้ามนุษย์ โดยเน้นย้ำการปราบปรามความเชื่อมโยงระหว่างศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) กับการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ ผ่านการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การคัดแยกผู้เสียหาย และการสืบสวนสอบสวนร่วมกันภายใต้กลไกตำรวจอาเซียน (ASEANPOL) และกระบวนการบาหลี (Bali Process)        3. ความมั่นคงทางทะเล ประเทศสมาชิกเห็นพ้องในการส่งเสริมการลาดตระเวนร่วม การฝึกผสม และการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางทะเล การทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) รวมถึงการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญใต้น้ำ เช่น สายเคเบิลและท่อส่งใต้น้ำ        4. การต่อต้านการก่อการร้ายและแนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง โดยให้เฝ้าระวังการบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่งทางออนไลน์และในกลุ่มเยาวชน การก่อเหตุลำพัง (Lone Actors) และการนำเทคโนโลยีอุบัติใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อหรือระดมทุน พร้อมแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติในการบำบัดฟื้นฟูและคืนผู้กระทำผิดกลับสู่สังคม        5. การสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติและเส้นทางการเงินผิดกฎหมาย โดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติดและการสกัดกั้นกระแสการเงินผิดกฎหมาย ผ่านกลุ่มที่ปรึกษาข่าวกรองทางการเงิน (Financial Intelligence Consultative Group: FICG) และกลไกอาเซียน เพื่อติดตาม อายัด และเรียกคืนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ        6. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ประเทศสมาชิกต่างเห็นพ้องถึงความสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ การรับมือแรนซัมแวร์ (Ransomware) การซ้อมแผนเผชิญเหตุข้ามพรมแดน และการส่งเสริมการใช้ AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ        นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าของเวทีเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านนโยบายต่อต้านการก่อการร้าย (SOCTPF) อาทิ การจัดทำอภิธานศัพท์เนื้อหาสุดโต่งออนไลน์ ปี 2568 (Glossary of Extremist Content Online 2025) การจัดทำแนวปฏิบัติการแจ้งเตือนเนื้อหาอ่อนไหวในพื้นที่ออนไลน์ (Online Crisis Notification Protocol) และแผนงานของบรูไนดารุสซาลามและมาเลเซีย ในฐานะประธานร่วม SOCTPF ปี 2569–2570) ในการพัฒนากรอบการวิเคราะห์ความรู้สึก (Sentiment Analysis) เพื่อรับมือแนวคิดสุดโต่งออนไลน์ ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ออสเตรเลียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม SRM ครั้งที่ 8 ในโอกาสต่อไป

    กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ (กภช.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission: JC) ว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย – ลาว ครั้งที่ ๒๓ ณ นครหลวงพระบาง สปป.ลาว

    การประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission: JC) ว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย – ลาว ครั้งที่ ๒๓ ณ นครหลวงพระบาง สปป.ลาว

           นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะกรรมาธิการ ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission: JC) ว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย - ลาว ครั้งที่ ๒๓ ระหว่างวันที่ ๑ - ๒ ตุลาคม ๒๕๖๙ ณ นครหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายทองสะหวัน พมวิหาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประธานร่วม โดยการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในประเด็นสำคัญ ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศใน ๓ ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการเมืองและความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งในการประชุมดังกล่าว ได้มีการลงนามในบันทึกการประชุมฯ ซึ่งเป็นเอกสารผลลัพธ์การประชุมสำหรับใช้ในการทบทวนและกำหนดทิศทางในการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับ สปป.ลาว และขับเคลื่อนความร่วมมือในฐานะ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโต และพัฒนาอย่างยั่งยืน” ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม        ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission: JC) ว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย - ลาว เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมทั้งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ติดตามผลการดำเนินงาน และกำหนดแนวทางความร่วมมือในอนาคต เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของทั้งสองประเทศ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์ในทุกมิติให้มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

    กองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน (กชป.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙

    การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙

           เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๙ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น ๓ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล และ ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference System) โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ ด้านการข่าวในห้วงที่ผ่านมา ตลอดจนรับทราบผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้พระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้        โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดนราธิวาส ยกเว้นอำเภอยี่งอ อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดปัตตานี ยกเว้นอำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอมายอ อำเภอไม้แก่น อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน และจังหวัดยะลา ยกเว้นอำเภอเบตง อำเภอยะหา อำเภอรามัน อำเภอกาบัง และอำเภอกรงปินัง) ออกไปอีก ๓ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๙ และสิ้นสุดลงในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๗๐ เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง และ เพื่อคงไว้ซึ่งเครื่องมือทางกฎหมายที่จำเป็นสำหรับการป้องกัน ระงับ และยับยั้งสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ตลอดจนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการจะได้นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป        นอกจากนี้ ประธานกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านและสับเปลี่ยนกำลังพล เพื่อเตรียมความพร้อมและลดความเสี่ยงต่อเหตุรุนแรง พร้อมทั้งให้ กอ.รมน.ภาค ๔ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการจัดทำแผนปฏิบัติการปรับลดพื้นที่การประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ฉบับใหม่ สำหรับปี ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕ เพื่อรองรับแผนฉบับแก้ไขที่สิ้นอายุในปี ๒๕๗๐ โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่และเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ

    กลุ่มกฎหมาย (กกม.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการจัดการชายแดนไทย – มาเลเซีย (Border Management Working Group: BMWG) ครั้งที่ ๓๙ ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

    การเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการจัดการชายแดนไทย – มาเลเซีย (Border Management Working Group: BMWG) ครั้งที่ ๓๙ ณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

           นายพิชญเดช โอสถานนท์ ผู้อำนวยการกองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน ในฐานะประธานฝ่ายไทย ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการจัดการชายแดนไทย - มาเลเซีย (Border Management Working Group: BMWG) ครั้งที่ ๓๙ ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๑๘ กันยายน ๒๕๖๙ ณ โรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการชายแดนไทย - มาเลเซีย โดยมี นาย Mohd Badrie bin Abd Rahim ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการชายแดน สภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย เป็นประธานร่วมฝ่ายมาเลเซีย โดยการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการชายแดนไทย - มาเลเซีย พร้อมทั้งหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือในการรักษาความมั่นคงชายแดน การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการค้าชายแดน ตลอดจนการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน        ในโอกาสดังกล่าว ประธานทั้งสองฝ่ายยังได้พบหารือเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะเพื่อพัฒนาความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างการจัดการชายแดนของทั้งสองประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การจัดตั้งกลไก Joint Technical Committee on Border Matters (JTCBM) ความคืบหน้าการสร้างรั้วเดี่ยวบนเส้นเขตแดนบริเวณด้านนอก และการขยายเวลาทำการจุดผ่านแดนถาวรปาดังเบซาร์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งสินค้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้เห็นชอบร่วมกัน เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙        การประชุม BMWG ครั้งที่ ๓๙ ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยและมาเลเซียในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้พื้นที่ชายแดนมีความมั่นคง ปลอดภัย และเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของทั้งสองประเทศ        Mr. Pitchayadet Osathanon, Director of Border Security and Neighbouring Countries Affairs Division, led the Thai delegations to attend the 39th Meeting of the Border Management Working Group (BMWG) during 16 – 18 September 2026 at Lee Gardens Plaza Hotel in Hat Yai, Songkhla. The meeting was co-chaired by Mr. Mohd Badrie bin Abd. Rahim, Director of the Border Management Division, National Security Council of Malaysia. During the meeting, both sides reviewed the implementation of ongoing bilateral border management initiatives and exchanged views on enhancing cooperation in border security, facilitating cross-border trade and the movement of people, and promoting the well-being of communities along the Thailand–Malaysia border.        On this occasion, the co-chairs also exchanged views on ways to further enhance the effectiveness of bilateral border management, with a focus on key initiatives, including the establishment of the Joint Technical Committee on Border Matters (JTCBM), progress in the construction of a Single Barrier at Dannok - Bukit Kayu Hitam, and the extension of operating hours at the Padang Besar Immigration Checkpoint (ICQ) to facilitate the movement of passengers and goods between the two countries, which was agreed upon by the Prime Ministers of Thailand and Malaysia on 9 July 2026.        The 39th BMWG Meeting reaffirmed the commitment of both countries to strengthening bilateral cooperation in border management and promoting security, sustainability, and mutual benefits of Thailand and Malaysia.

    กองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน (กชป.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก

    การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก

           เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ นายไผท สิทธิสุนทร ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน การประชุมส่วนราชการเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ณ โรงแรมโอโซ่ นอร์ธ พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Zoom) โดยมีเป้าหมายสำคัญ ๓ ประการ ได้แก่ ๑) สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐทุกระดับในการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ และร่วมวางแนวทางขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงให้เกิดเอกภาพ ๒) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ และ ๓) สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเผยแพร่กระบวนการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ให้หน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถมีบทบาทและร่วมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ        ในการนี้ ผู้แทนจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก จำนวน ๒๕ จังหวัด อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปลัดจังหวัดปราจีนบุรี ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงผู้แทนส่วนราชการส่วนภูมิภาคในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัดชลบุรี รวมจำนวนมากกว่า ๗๐ หน่วยงาน ได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ อาทิ การสะท้อนข้อจำกัดของการขับเคลื่อนที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์และสภาพปัญหาในพื้นที่เพื่อใช้ปรับแนวทางดำเนินการรองรับนโยบายทั้ง ๖ นโยบายฯ และการให้ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการขับเคลื่อนฉบับใหม่ฯ ทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจะได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพัฒนา/ปรับปรุงร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

    กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    แถลงการณ์ต่อกรณีการก่อเหตุสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569

    แถลงการณ์ต่อกรณีการก่อเหตุสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569

           

    กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    คำแถลงการณ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ประเด็นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา

    คำแถลงการณ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ประเด็นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา

    ๑. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของสภาความมั่นคงเเห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ยินดีกับแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย - กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๘ ที่สะท้อนให้เห็นความจริงใจและเจตนารมณ์ของไทยในการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีผ่านกรอบความร่วมมือระดับทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน โดยแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวดำเนินการภายใต้กรอบที่สภาความมั่นคงและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๘ ๒. สมช. ขอยืนยันว่าการลงนามในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเป็นผลจาก การพิจารณาและตัดสินใจร่วมกันของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองชีวิต ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่และประชาชน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการแห่งสันติภาพและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประเทศไทยถูกละเมิดอธิปไตยหรือถูกรุกรานอีกครั้ง ประเทศไทยมีความจำเป็นและมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน ภายใต้กรอบของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าวมาโดยตลอดอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ๓. ประเด็นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย – กัมพูชา         • ที่ผ่านมารัฐบาล กองทัพ ภายใต้การสนับสนุนของประชาชน ได้ร่วมกันทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างสุดความสามารถ ซึ่ง สมช. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ อย่างไรก็ดี สมช. มีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนอย่างเหมาะสม ครอบคลุม และต่อเนื่อง ตลอดจนดูแลความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ ๔. ประเด็นด้านมนุษยธรรม         • ที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองชีวิต ศักดิ์ศรี และความปลอดภัยของบุคคลที่ไม่เข้าร่วมการสู้รบเป็นหลัก จึงนำมาซึ่งการปล่อยตัวเชลยศึกกัมพูชาจำนวน ๑๘ คน ในวันนี้ ตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๘ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด         • ประเทศไทยคาดหวังให้กัมพูชา แสดงท่าทีและบทบาทอย่างเป็นรูปธรรมในการปฎิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรมในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน เช่น การคุ้มครองสวัสดิภาพและอำนวยความสะดวก คนไทยในกัมพูชาให้กลับประเทศได้อย่างปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้ กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือและเร่งรัดการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่เสี่ยงอย่างจริงจัง         • ขอย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการสำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ได้แก่ หลักการแบ่งแยกพลรบกับพลเรือน (Principle of Distinction) หลักความได้สัดส่วน (Proportionality) และหลักมนุษยธรรม (Humanity) รวมถึงเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการทำลายทุ่นระเบิดดังกล่าว (Ottawa Convention) ซึ่งมุ่งหมายให้รัฐภาคีงดการใช้และการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเป็นระบบและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียต่อทุกฝ่ายในอนาคต         • เห็นว่าการยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและการปฏิบัติตามพันธกรณีตามอนุสัญญาดังกล่าวอย่างจริงใจ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง ความไว้วางใจ สันติภาพ และความปลอดภัยอย่างยั่งยืนตามแนวชายแดนและในภูมิภาคโดยรวม ๕. ประเด็นการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต         • เมื่อวันที่ ๑๗ - ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ กระทรวงการต่างประเทศของไทยร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on the Global Partnership against Online Scams) โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า ๖๐ ประเทศ ซึ่งไทยถือว่าปัญหาดังกล่าวเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและเป็นปัญหาร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณนานาประเทศที่สนับสนุนบทบาทของไทยในเวทีดังกล่าว อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าเสียดายที่กัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมการประชุมฯ         • ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติรวมถึงการหลอกลวงทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์ร่วมกับกัมพูชา แต่การดำเนินการยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก จึงต้องการเห็นกัมพูชาร่วมมือในการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างเด็ดขาดและเป็นรูปธรรม เพื่อความมั่นคงของภูมิภาค ๖. ประเด็นเขตแดน         • การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย - กัมพูชา ซึ่งไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เเละสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง และยึดถือตามแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ เป็นหลัก เนื่องจากมีความชัดเจน ถูกต้องแม่นยำ สอดคล้องกับภูมิประเทศจริง และลากเส้นตามฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การประชุม JBC ที่จะมีขึ้นในอนาคตจำเป็นต้องคำนึงถึงเงื่อนไขและห้วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในอนาคตที่จะพิจารณาการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป ซึ่งอาจมีการทบทวนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 43) จึงต้องคำนึงถึงเงื่อนไขในอนาคตด้วย ๗. สุดท้ายนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยจะดำรงการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมฯ ตราบเท่าที่กัมพูชาจะดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจะดำรงความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    แถลงการณ์ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

    แถลงการณ์ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

            พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 จนถึงขณะนี้ ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลติดตามอย่างใกล้ชิดในทุกระยะ และได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง บูรณาการการทำงานอย่างเต็มสรรพกำลัง เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และปกป้องอธิปไตยของชาติไทยอย่างเคร่งครัด         รัฐบาลขอยืนยันว่า ประเทศไทยจะดำรงความมุ่งมั่นสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรม และในวันนี้ ได้มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีมติยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ คือ จะมีปฏิบัติการทางทหารในทุกกรณี ตามเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้มีการปฏิบัติการทางทหารในเรื่องอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น         รัฐบาลมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ในความสามารถของกองทัพไทย ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบตามกฎการใช้กำลัง และยึดหลักมนุษยธรรมในการปกป้องพี่น้องประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดแนวพื้นที่ชายแดน พร้อมกันนี้ รัฐบาลขอส่งกำลังใจ และความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความเป็นอยู่และความปลอดภัย ที่พักพิง อาหาร น้ำดื่ม การบริการทางการแพทย์ และสวัสดิการที่จำเป็น อย่างเต็มความสามารถ         เพื่อความถูกต้องของข้อมูลที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ และเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนเกิดความตื่นตระหนก รัฐบาลขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางของราชการเท่านั้น และมอบหมายให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้สื่อสารข้อมูลหลักในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้         รัฐบาลจะบูรณาการข้อมูลร่วมกับทุกเหล่าทัพ และหน่วยงานความมั่นคงทุกระดับ เพื่อให้ข้อมูลที่ออกสู่สาธารณะไปยังพี่น้องประชาชน มีความถูกต้อง ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน         รัฐบาลขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า การปกป้องประเทศชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน คือ ภารกิจสูงสุดของรัฐบาลและกองทัพไทย         ประเทศไทยไม่เคยต้องการเห็นความรุนแรง โดยยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยเป็นฝ่ายริเริ่ม หรือรุกรานแต่อย่างใด แต่ประเทศไทยจะไม่ยอมให้มีการล่วงละเมิดอธิปไตย และจะดำเนินการอย่างมีเหตุมีผล รอบคอบ ยึดหลักสันติภาพ ความมั่นคง และมนุษยธรรม เป็นสำคัญ         รัฐบาลจะรายงานสถานการณ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง และพร้อมดำเนินการทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศ อธิปไตย บูรณภาพ และดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด         ท้ายที่สุดนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล และในศักยภาพของกองทัพไทย และร่วมกันให้กำลังใจ และสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้โดยทั่วกัน

    กองความมั่นคงภายในประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    ประเทศไทยต้องไปต่อ…อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน

    ประเทศไทยต้องไปต่อ…อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน

            ประเทศไทยต้องไปต่อ...อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน ? ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) และติดตามความก้าวหน้าของการจัดทำแผนพัฒนาฯ ได้ที่ 14thplan.nesdc.go.th ❛❛ ประเทศไทยในฝัน ร่วมผลักดันให้เป็นจริง❜❜ #แผน14 #เราคิดเราเห็นเราเป็นได้ #สภาพัฒน์

       

    อ่านต่อ

    แผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี

    แผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี

            เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 69 ลมช ได้อนุมัติแผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 69 เพื่อรับมือวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยการเสนอจากกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการกำหนดแนวทางมาตรการการลดใช้พลังงานให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อเป็นต้นแบบแก่ภาคเอกชนและประชาชน ซึ่งแผนปฏิบัติการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการลดใช้พลังงานของ สมช. ต่อไป

    กลุ่มงานบริหารพัสดุ อาคารสถานที่ และยานพาหนะ (พอย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย

    การส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย

           

    คณะทำงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ

    การสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ

    คณะทำงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    PROCUREMENRT NEWS AND JOB NEWS
    ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง และ ข่าวรับสมัครงาน

    ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง

    ข่าวรับสมัครงาน
    ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
    KNOWLEDGE CENTER
    ศูนย์ความรู้ สมช.
    วีดิทัศน์สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.2566 - 2570)ฉบับซับภาษาอังกฤษและภาษามือ

    วีดิทัศน์เกี่ยวกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์แนะนำสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

    Loading

    Top