สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
Office of the National Security Council
Office of the National Security Council
NSC e-Services บริการออนไลน์
NSC e-Services
บริการออนไลน์
นายฉัตรชัย บางชวด
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
NEWS & EVENTS
ข่าวประชาสัมพันธ์
- ข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งหมด
- กิจกรรมผู้บริหาร
- การขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง
- แถลงการณ์
- บทความและจดหมายข่าว
- ข่าวประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานอื่น
การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๙
Written on
เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมฯ ได้รับทราบถึงสถานการณ์ความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว และย้ำว่ารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เร่งดำเนินการระงับยับยั้งปัญหาดังกล่าวโดยด่วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ว่ามีความปลอดภัยสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ในขณะเดียวกัน ต้องเสริมศักยภาพให้กับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น ดังนั้น ที่ประชุมฯ จึงได้มีมติเห็นชอบแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแบ่งเป็น ๒ ระยะ ได้แก่ ๑) ระยะเร่งด่วน อาทิ การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ทุกรูปแบบควบคู่กับการเข้มงวดการรักษาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดน ปฏิบัติการเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่องต่อกลุ่มผู้ใช้ความรุนแรง เปิดพื้นที่ของการกลับคืนสู่สังคมให้แก่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ไม่ต้องการใช้ความรุนแรงอีกต่อไป และแสวงหาความร่วมมือจากมาเลเซีย เป็นต้น และ ๒) ระยะต่อไป มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหารากเหง้าเชิงโครงสร้างของพื้นที่ตามนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ – ๒๕๗๐ และยึดถือเป้าหมายการดำเนินการตามจุดเน้นการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี ๒๕๗๐ ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้เห็นชอบไว้ด้วยแล้ว ทั้งนี้ ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำกรอบแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เร่งยุติปัญหา ลดความรุนแรง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชาและตรวจสภาพพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ จังหวัดสระแก้ว
Written on
เมื่อวันที่ ๑๒ - ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๙ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร คณะเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดการประชุมเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ณ ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการดำเนินงานตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมไปถึง การติดตามประเด็นการบริหารจัดการชายแดน อาทิ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจชายแดน และอาชญากรรมในพื้นที่ พร้อมกันนี้ ได้เดินทางตรวจสภาพพื้นที่บริเวณชายแดน ณ บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับกองกำลังบูรพา โดยได้มีการติดตามประเด็นความมั่นคงด้านการทหาร การบริหารจัดการพื้นที่สถาปนาความมั่นคงบริเวณชายแดน โครงการรั้วชายแดน พร้อมทั้งชื่นชมและให้กำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งได้แสดงถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเท และจิตวิญญาณในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มกำลังตลอดห้วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ อำเภอตาพระยา - อำเภอโคกสูง ระยะที่ ๑ ห้วง บ้านทัมทิมสยาม ๐๓ – บ้านทัพเสรี ด้วย
กองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน (กชป.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมส่วนราชการเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Written on
เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมส่วนราชการเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Zoom) โดยมีเป้าหมายสำคัญ ๓ ประการ ได้แก่ ๑) สร้างการมีส่วนร่วม ของหน่วยงานภาครัฐทุกระดับในการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ และร่วมวางแนวทางขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงให้เกิดเอกภาพ ๒) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ ในพื้นที่ต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ และ ๓) สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเผยแพร่กระบวนการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ให้หน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถมีบทบาท และร่วมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการนี้ ผู้แทนจังหวัด ๒๐ จังหวัด อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ปลัดจังหวัดขอนแก่น ปลัดจังหวัดนครพนม รวมถึงผู้แทนส่วนราชการส่วนภูมิภาคในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดขอนแก่น รวมจำนวนมากกว่า ๖๕ หน่วยงาน ได้เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมทั้งได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ อาทิ การเพิ่มเติมรายละเอียดแนวทางดำเนินการรองรับนโยบายทั้ง ๖ นโยบายฯ ให้สอดคล้องกับภาพสถานการณ์และสภาพปัญหาในพื้นที่ การสะท้อนข้อจำกัดของการขับเคลื่อนนโยบายและแผนฯ ฉบับปัจจุบันและให้ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการขับเคลื่อนฉบับใหม่ฯ ทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจะได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพัฒนา/ปรับปรุง ร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของบริบทความมั่นคงได้อย่างทันท่วงที และมุ่งเน้นการรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙
Written on
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คยศ.จชต.) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น ๓ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในระดับนโยบายภายใต้กลไกสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบสรุปสถานการณ์และแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่ จชต. โดยได้เน้นย้ำการบูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านการข่าวและการเฝ้าระวังการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จชต. รวมทั้ง ที่ประชุมได้รับทราบผลการขับเคลื่อนจุดเน้นและผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ภายใต้นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ – ๒๕๗๐ ที่ครอบคลุมทั้งมิติด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนา ตลอดจนความคืบหน้าการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงการดำเนินงานทั้งเชิงประเด็น (Agenda) เชิงปกติ (Function) และเชิงพื้นที่ (Area) ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องตามเป้าหมายของนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ – ๒๕๗๐ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบกรอบแนวทางการจัดทำ (ร่าง) นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๓ ซึ่งดำเนินการตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อเป็นกรอบทิศทางหลักในการแก้ไขปัญหา จชต. โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งกระบวนการจัดทำ (ร่าง) นโยบายฯ ฉบับใหม่ จะได้ทบทวนสถานการณ์และแนวโน้มสถานการณ์ การประเมินผลจากตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย การประเมินผลการขับเคลื่อนจุดเน้นและผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ภายใต้นโยบายฯ ฉบับปัจจุบัน รวมทั้ง ปัญหาอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานในห้วงที่ผ่านมา โดยมุ่งหวังให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้ง อาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเชื่อมต่อการทำงานอย่างใกล้ชิด และหนุนเสริมต่อกันอย่างเป็นเอกภาพในทิศทางเดียวกัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และสร้างสันติสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม (กชต.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกิจกรรมแสดงพระธรรมเทศนา พิธีถวายผ้าป่าสามัคคีบุญ และพิธีจุดเทียนพรรษาถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์
Written on
วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๓๐ น. นายภาณุทัต ภูริปัญญวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ร่วมกิจกรรมแสดงพระธรรมเทศนา พิธีถวายผ้าป่าสามัคคีบุญ และพิธีจุดเทียนพรรษาถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ณ บริเวณลานด้านหน้าองค์พระประธานพุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
พิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
Written on
วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๓๐ น. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) และบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกิจกรรมแสดงพระธรรมเทศนา พิธีถวายผ้าป่าสามัคคีบุญ และพิธีจุดเทียนพรรษาถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์
Written on
วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๓๐ น. นายภาณุทัต ภูริปัญญวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ร่วมกิจกรรมแสดงพระธรรมเทศนา พิธีถวายผ้าป่าสามัคคีบุญ และพิธีจุดเทียนพรรษาถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ณ บริเวณลานด้านหน้าองค์พระประธานพุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
พิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
Written on
วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๓๐ น. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) และบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีเจริญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙
Written on
วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์เป็นประธานในพิธีเจริญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ในการนี้ นายภาณุทัต ภูริปัญญวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ เข้าร่วมพิธีฯ ณ บริเวณลานองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ พุทธมณฑลสุทรรศน์ พุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
งานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙
Written on
วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ น. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙
Written on
วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายธีรภัทร จุนทการ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการประสานกิจการความมั่นคง ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ บริเวณลานองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม พิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙
Written on
วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. นายภพหล้า ปิยะปานันท์ ที่ปรึกษาด้านนโยบาย และยุทธศาสตร์ความมั่นคง ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม จากนั้นเวลา ๑๙.๒๙ น. ร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ ท้องสนามหลวง
กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๙
Written on
เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมฯ ได้รับทราบถึงสถานการณ์ความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว และย้ำว่ารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เร่งดำเนินการระงับยับยั้งปัญหาดังกล่าวโดยด่วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ว่ามีความปลอดภัยสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ในขณะเดียวกัน ต้องเสริมศักยภาพให้กับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น ดังนั้น ที่ประชุมฯ จึงได้มีมติเห็นชอบแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแบ่งเป็น ๒ ระยะ ได้แก่ ๑) ระยะเร่งด่วน อาทิ การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ทุกรูปแบบควบคู่กับการเข้มงวดการรักษาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดน ปฏิบัติการเชิงรุกในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่องต่อกลุ่มผู้ใช้ความรุนแรง เปิดพื้นที่ของการกลับคืนสู่สังคมให้แก่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ไม่ต้องการใช้ความรุนแรงอีกต่อไป และแสวงหาความร่วมมือจากมาเลเซีย เป็นต้น และ ๒) ระยะต่อไป มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหารากเหง้าเชิงโครงสร้างของพื้นที่ตามนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ – ๒๕๗๐ และยึดถือเป้าหมายการดำเนินการตามจุดเน้นการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี ๒๕๗๐ ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้เห็นชอบไว้ด้วยแล้ว ทั้งนี้ ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำกรอบแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เร่งยุติปัญหา ลดความรุนแรง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชาและตรวจสภาพพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ จังหวัดสระแก้ว
Written on
เมื่อวันที่ ๑๒ - ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๙ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร คณะเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดการประชุมเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ณ ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการดำเนินงานตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมไปถึง การติดตามประเด็นการบริหารจัดการชายแดน อาทิ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจชายแดน และอาชญากรรมในพื้นที่ พร้อมกันนี้ ได้เดินทางตรวจสภาพพื้นที่บริเวณชายแดน ณ บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับกองกำลังบูรพา โดยได้มีการติดตามประเด็นความมั่นคงด้านการทหาร การบริหารจัดการพื้นที่สถาปนาความมั่นคงบริเวณชายแดน โครงการรั้วชายแดน พร้อมทั้งชื่นชมและให้กำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งได้แสดงถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเท และจิตวิญญาณในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มกำลังตลอดห้วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ อำเภอตาพระยา - อำเภอโคกสูง ระยะที่ ๑ ห้วง บ้านทัมทิมสยาม ๐๓ – บ้านทัพเสรี ด้วย
กองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน (กชป.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมส่วนราชการเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Written on
เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมส่วนราชการเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Zoom) โดยมีเป้าหมายสำคัญ ๓ ประการ ได้แก่ ๑) สร้างการมีส่วนร่วม ของหน่วยงานภาครัฐทุกระดับในการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ และร่วมวางแนวทางขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงให้เกิดเอกภาพ ๒) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ ในพื้นที่ต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ และ ๓) สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเผยแพร่กระบวนการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ให้หน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถมีบทบาท และร่วมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการนี้ ผู้แทนจังหวัด ๒๐ จังหวัด อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ปลัดจังหวัดขอนแก่น ปลัดจังหวัดนครพนม รวมถึงผู้แทนส่วนราชการส่วนภูมิภาคในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดขอนแก่น รวมจำนวนมากกว่า ๖๕ หน่วยงาน ได้เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมทั้งได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ อาทิ การเพิ่มเติมรายละเอียดแนวทางดำเนินการรองรับนโยบายทั้ง ๖ นโยบายฯ ให้สอดคล้องกับภาพสถานการณ์และสภาพปัญหาในพื้นที่ การสะท้อนข้อจำกัดของการขับเคลื่อนนโยบายและแผนฯ ฉบับปัจจุบันและให้ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการขับเคลื่อนฉบับใหม่ฯ ทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจะได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพัฒนา/ปรับปรุง ร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของบริบทความมั่นคงได้อย่างทันท่วงที และมุ่งเน้นการรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙
Written on
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คยศ.จชต.) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น ๓ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในระดับนโยบายภายใต้กลไกสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบสรุปสถานการณ์และแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่ จชต. โดยได้เน้นย้ำการบูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านการข่าวและการเฝ้าระวังการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จชต. รวมทั้ง ที่ประชุมได้รับทราบผลการขับเคลื่อนจุดเน้นและผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ภายใต้นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ – ๒๕๗๐ ที่ครอบคลุมทั้งมิติด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนา ตลอดจนความคืบหน้าการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงการดำเนินงานทั้งเชิงประเด็น (Agenda) เชิงปกติ (Function) และเชิงพื้นที่ (Area) ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องตามเป้าหมายของนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ – ๒๕๗๐ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบกรอบแนวทางการจัดทำ (ร่าง) นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๓ ซึ่งดำเนินการตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อเป็นกรอบทิศทางหลักในการแก้ไขปัญหา จชต. โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งกระบวนการจัดทำ (ร่าง) นโยบายฯ ฉบับใหม่ จะได้ทบทวนสถานการณ์และแนวโน้มสถานการณ์ การประเมินผลจากตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย การประเมินผลการขับเคลื่อนจุดเน้นและผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ภายใต้นโยบายฯ ฉบับปัจจุบัน รวมทั้ง ปัญหาอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานในห้วงที่ผ่านมา โดยมุ่งหวังให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้ง อาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเชื่อมต่อการทำงานอย่างใกล้ชิด และหนุนเสริมต่อกันอย่างเป็นเอกภาพในทิศทางเดียวกัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และสร้างสันติสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม (กชต.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
การประชุมประสานภารกิจระหว่างสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และสำนักนโยบายและแผนกลาโหม
Written on
นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้เข้าร่วมการประชุมประสานภารกิจระหว่างสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติและสำนักนโยบายและแผนกลาโหม กระทรวงกลาโหม เมื่อวันอังคารที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๓๐ น. ณ ห้องประชุมยุทธนาธิการ ศาลาว่าการกลาโหม โดยมี พลเอกสุระ สายอุบล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม เป็นประธาน เพื่อประสานภารกิจระหว่างสองหน่วยงานและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นความมั่นคงที่สำคัญ ที่ประชุมได้รับทราบถึงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ การขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของ สมช. จากหน่วยขึ้นตรงของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และสำนักนโยบายและแผนกลาโหม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนและให้ข้อเสนอแนะถึงการขับเคลื่อนงานความมั่นคงร่วมกันโดยเฉพาะประเด็นชายแดนไทย – กัมพูชา การกำหนดท่าทีไทยต่อนานาชาติ และการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ - ๒๕๗๕) อันจะทำให้การดำเนินการระหว่างหน่วยงานมีความสอดคล้องและใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการความมั่นคงของชาติในภาพรวม และการถ่ายทอดนโยบายไปสู่การปฏิบัติในห้วงต่อไปเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการประชุมคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙
Written on
เมื่อวันพุธที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พลเอกสุพจน์ มาลานิยม หัวหน้าคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน การประชุมคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุม พลเอก จิร วิชิตสงคราม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพฯ โดยที่ประชุม ได้รับทราบผลการประชุมคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ และ รับทราบถึงแนวทางการดำเนินงานคณะที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตลอดจนได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติของคณะที่ปรึกษาฯ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับกรอบภารกิจที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาประเด็นความมั่นคงที่สำคัญตามกลุ่มภารกิจงานด้านความมั่นคง โดยกำหนดประเด็นความมั่นคงที่สำคัญในเบื้องต้น เช่น การแก้ปัญหาสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชา การบริหารจัดการวิกฤตของประเทศให้มีความพร้อมในป้องกัน รับมือ และฟื้นฟูจากวิกฤตได้อย่างเป็นระบบและทันท่วงที การแก้ไขปัญหายาเสพติด การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ภัยคุกคามด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะเรื่องเงินที่ผิดกฎหมาย และการรักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ท่ามกลางการแข่งขันของประเทศมหาอำนาจ เป็นต้น ทั้งนี้ คณะที่ปรึกษาฯ จะนำประเด็นความมั่นคงดังกล่าวไปดำเนินการศึกษาเพิ่มเติม และจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเพื่อเสนอสภาความมั่นคงแห่งชาติต่อไป
สถาบันความมั่นคงศึกษา (สมศ.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติแถลงการณ์ต่อกรณีการก่อเหตุสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569
Written on
กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
คำแถลงการณ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ประเด็นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา
Written on
๑. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของสภาความมั่นคงเเห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ยินดีกับแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย - กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๘ ที่สะท้อนให้เห็นความจริงใจและเจตนารมณ์ของไทยในการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีผ่านกรอบความร่วมมือระดับทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน โดยแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวดำเนินการภายใต้กรอบที่สภาความมั่นคงและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๘ ๒. สมช. ขอยืนยันว่าการลงนามในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเป็นผลจาก การพิจารณาและตัดสินใจร่วมกันของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองชีวิต ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่และประชาชน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการแห่งสันติภาพและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประเทศไทยถูกละเมิดอธิปไตยหรือถูกรุกรานอีกครั้ง ประเทศไทยมีความจำเป็นและมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน ภายใต้กรอบของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าวมาโดยตลอดอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ๓. ประเด็นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย – กัมพูชา • ที่ผ่านมารัฐบาล กองทัพ ภายใต้การสนับสนุนของประชาชน ได้ร่วมกันทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างสุดความสามารถ ซึ่ง สมช. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ อย่างไรก็ดี สมช. มีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนอย่างเหมาะสม ครอบคลุม และต่อเนื่อง ตลอดจนดูแลความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ ๔. ประเด็นด้านมนุษยธรรม • ที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองชีวิต ศักดิ์ศรี และความปลอดภัยของบุคคลที่ไม่เข้าร่วมการสู้รบเป็นหลัก จึงนำมาซึ่งการปล่อยตัวเชลยศึกกัมพูชาจำนวน ๑๘ คน ในวันนี้ ตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๘ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด • ประเทศไทยคาดหวังให้กัมพูชา แสดงท่าทีและบทบาทอย่างเป็นรูปธรรมในการปฎิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรมในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน เช่น การคุ้มครองสวัสดิภาพและอำนวยความสะดวก คนไทยในกัมพูชาให้กลับประเทศได้อย่างปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้ กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือและเร่งรัดการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่เสี่ยงอย่างจริงจัง • ขอย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการสำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ได้แก่ หลักการแบ่งแยกพลรบกับพลเรือน (Principle of Distinction) หลักความได้สัดส่วน (Proportionality) และหลักมนุษยธรรม (Humanity) รวมถึงเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการทำลายทุ่นระเบิดดังกล่าว (Ottawa Convention) ซึ่งมุ่งหมายให้รัฐภาคีงดการใช้และการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเป็นระบบและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียต่อทุกฝ่ายในอนาคต • เห็นว่าการยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและการปฏิบัติตามพันธกรณีตามอนุสัญญาดังกล่าวอย่างจริงใจ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง ความไว้วางใจ สันติภาพ และความปลอดภัยอย่างยั่งยืนตามแนวชายแดนและในภูมิภาคโดยรวม ๕. ประเด็นการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต • เมื่อวันที่ ๑๗ - ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ กระทรวงการต่างประเทศของไทยร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on the Global Partnership against Online Scams) โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า ๖๐ ประเทศ ซึ่งไทยถือว่าปัญหาดังกล่าวเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและเป็นปัญหาร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณนานาประเทศที่สนับสนุนบทบาทของไทยในเวทีดังกล่าว อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าเสียดายที่กัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมการประชุมฯ • ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติรวมถึงการหลอกลวงทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์ร่วมกับกัมพูชา แต่การดำเนินการยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก จึงต้องการเห็นกัมพูชาร่วมมือในการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างเด็ดขาดและเป็นรูปธรรม เพื่อความมั่นคงของภูมิภาค ๖. ประเด็นเขตแดน • การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย - กัมพูชา ซึ่งไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เเละสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง และยึดถือตามแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ เป็นหลัก เนื่องจากมีความชัดเจน ถูกต้องแม่นยำ สอดคล้องกับภูมิประเทศจริง และลากเส้นตามฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การประชุม JBC ที่จะมีขึ้นในอนาคตจำเป็นต้องคำนึงถึงเงื่อนไขและห้วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในอนาคตที่จะพิจารณาการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป ซึ่งอาจมีการทบทวนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 43) จึงต้องคำนึงถึงเงื่อนไขในอนาคตด้วย ๗. สุดท้ายนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยจะดำรงการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมฯ ตราบเท่าที่กัมพูชาจะดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจะดำรงความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
Written on
พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 จนถึงขณะนี้ ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลติดตามอย่างใกล้ชิดในทุกระยะ และได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง บูรณาการการทำงานอย่างเต็มสรรพกำลัง เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และปกป้องอธิปไตยของชาติไทยอย่างเคร่งครัด รัฐบาลขอยืนยันว่า ประเทศไทยจะดำรงความมุ่งมั่นสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรม และในวันนี้ ได้มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีมติยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ คือ จะมีปฏิบัติการทางทหารในทุกกรณี ตามเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้มีการปฏิบัติการทางทหารในเรื่องอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น รัฐบาลมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ในความสามารถของกองทัพไทย ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบตามกฎการใช้กำลัง และยึดหลักมนุษยธรรมในการปกป้องพี่น้องประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดแนวพื้นที่ชายแดน พร้อมกันนี้ รัฐบาลขอส่งกำลังใจ และความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความเป็นอยู่และความปลอดภัย ที่พักพิง อาหาร น้ำดื่ม การบริการทางการแพทย์ และสวัสดิการที่จำเป็น อย่างเต็มความสามารถ เพื่อความถูกต้องของข้อมูลที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ และเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนเกิดความตื่นตระหนก รัฐบาลขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางของราชการเท่านั้น และมอบหมายให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้สื่อสารข้อมูลหลักในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ รัฐบาลจะบูรณาการข้อมูลร่วมกับทุกเหล่าทัพ และหน่วยงานความมั่นคงทุกระดับ เพื่อให้ข้อมูลที่ออกสู่สาธารณะไปยังพี่น้องประชาชน มีความถูกต้อง ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รัฐบาลขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า การปกป้องประเทศชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน คือ ภารกิจสูงสุดของรัฐบาลและกองทัพไทย ประเทศไทยไม่เคยต้องการเห็นความรุนแรง โดยยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยเป็นฝ่ายริเริ่ม หรือรุกรานแต่อย่างใด แต่ประเทศไทยจะไม่ยอมให้มีการล่วงละเมิดอธิปไตย และจะดำเนินการอย่างมีเหตุมีผล รอบคอบ ยึดหลักสันติภาพ ความมั่นคง และมนุษยธรรม เป็นสำคัญ รัฐบาลจะรายงานสถานการณ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง และพร้อมดำเนินการทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศ อธิปไตย บูรณภาพ และดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด ท้ายที่สุดนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล และในศักยภาพของกองทัพไทย และร่วมกันให้กำลังใจ และสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้โดยทั่วกัน
กองความมั่นคงภายในประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติประเทศไทยต้องไปต่อ…อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน
Written on
ประเทศไทยต้องไปต่อ...อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน ? ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) และติดตามความก้าวหน้าของการจัดทำแผนพัฒนาฯ ได้ที่ 14thplan.nesdc.go.th ❛❛ ประเทศไทยในฝัน ร่วมผลักดันให้เป็นจริง❜❜ #แผน14 #เราคิดเราเห็นเราเป็นได้ #สภาพัฒน์
แผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี
Written on
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 69 ลมช ได้อนุมัติแผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 69 เพื่อรับมือวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยการเสนอจากกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการกำหนดแนวทางมาตรการการลดใช้พลังงานให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อเป็นต้นแบบแก่ภาคเอกชนและประชาชน ซึ่งแผนปฏิบัติการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการลดใช้พลังงานของ สมช. ต่อไป
กลุ่มงานบริหารพัสดุ อาคารสถานที่ และยานพาหนะ (พอย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติการส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย
Written on
คณะทำงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
การสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ
Written on
คณะทำงานประชาสัมพันธ์
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
QR CODE แบบสอบถามความคิดเห็นและให้ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อการจัดทำ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๗๐ – ๒๕๗๓)
Written on
หรือ สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.oja.go.th
PROCUREMENRT NEWS AND JOB NEWS
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง และ ข่าวรับสมัครงาน
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง และ ข่าวรับสมัครงาน
KNOWLEDGE CENTER
ศูนย์ความรู้ สมช.
ศูนย์ความรู้ สมช.
ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
![]()
















































![“Unmanned Maritime Systems….กับความท้าทายในมิติภัยคุกคามความมั่นคงทางทะเล”, [MarSec Focus ฉบับที่ 8/2569]](/wp-content/plugins/widgetkit/cache/MarsecFocus-8-69-UMS-0e23ec1359dde0c2bf6191012952c0f3.jpg)
![“ทะเลแดง….กับทางเลือกในการแก้วิกฤติทางด้านพลังงาน”, [MarSec Focus ฉบับที่ 7/2569]](/wp-content/plugins/widgetkit/cache/Marsec-7-69-292467dbd95ab98f7ba95583d6162a04.jpg)
![“ช่องแคบฮอร์มุซ….พื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางทะเลในตะวันออกกลาง”, [MarSec Focus ฉบับที่ 6/2569]](/wp-content/plugins/widgetkit/cache/MarsecFocus6-69-2d30c6aed2968ead69cd7ced5fa29a4f.jpg)
![“Maritime Security Governance…กับวิวัฒนาการของภัยคุกคามความมั่นคงทางทะเล”, [MarSec Focus ฉบับที่ 5/2569]](/wp-content/plugins/widgetkit/cache/Marsec5-69-3b2e6edf59c9d12c199ad675ebecf664.jpg)
![“การแข่งขันของมหาอำนาจในอินโดแปซิฟิก…กับผลกระทบ ความท้าทาย และโอกาสของภูมิภาคและของไทย”, [MarSec Focus ฉบับที่ 4/2569]](/wp-content/plugins/widgetkit/cache/Marsec469-7994e8c8d0f579266f3a3449739b20fe.jpg)














