Accessibility Tools

Skip to main content
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น. - 16.30 น.
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร
  • Banner
  • Marsec8 69UMSban

  • นยม. 71-75 Banner

  • Marsecfocus 7 69

  • Marsecfocus6 69

  • Marsec5 69ban

  • Marsec469ban

  • MarsecFocus3/2569

  • MarsecFocus2/2569

  • Chulu_NSC

  • Law

  • No Gift Policy

  • Chandra

  • nsoweb

  • VTR_NSC

  • nsc_policy_66-70

  • plan-66-70

  • Prepare66-70

  • National-Maritime-Security-Plan

  • Action Plan On Border Security

  • EAR

    นายฉัตรชัย บางชวด

    เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    NEWS & EVENTS
    ข่าวประชาสัมพันธ์

    โครงการบูรณาการขับเคลื่อนงานด้านคดีความมั่นคงของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.)

    โครงการบูรณาการขับเคลื่อนงานด้านคดีความมั่นคงของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.)

           นายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการบูรณาการขับเคลื่อนงานด้านคดีความมั่นคงของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้องในพื้นที่ จชต. เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีนายโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดการสัมมนาฯ        ในการนี้ นายพลากร ดาวเจริญ ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมาย/ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ สมช. ได้เข้าร่วมบรรยายในหัวข้อ "การบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในพื้นที่ จชต." เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมทั้ง แลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางต่อการปฏิบัติงานตามกฎหมายดังกล่าว ซึ่งผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน และบุคลากรหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ชั้นก่อนฟ้องในพื้นที่ จชต. รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ สมช. (กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ และกลุ่มกฎหมาย) เข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าวด้วย        กิจกรรมสัมมนาบูรณาการงานด้านคดีความมั่นคงดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 - 27 สิงหาคม 2569 ซึ่งดำเนินการสอดคล้องตามนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568 - 2570 ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาล รวมทั้ง ยกระดับกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินคดี การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เลือกปฏิบัติและคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ ซึ่งกิจกรรมสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินคดีความมั่นคงของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้องในพื้นที่ จชต. โดยมุ่งเน้นการถอดบทเรียนการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา และให้เกิดการบูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมให้เป็นระบบ มีเอกภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันต่อไป

    กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม (กชต.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยแนวทางเลือกแทนการกักตัวเด็กในบริบทของการโยกย้ายถิ่นฐาน ครั้งที่ ๙ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ กรุงเทพฯ จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี

    การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยแนวทางเลือกแทนการกักตัวเด็กในบริบทของการโยกย้ายถิ่นฐาน ครั้งที่ ๙ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ กรุงเทพฯ จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี

           เมื่อวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2569 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพร่วมกับ Asia Dialogue on Forced Migration (ADFM) และ International Detention Coalition (IDC) จัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยแนวทางทางเลือกแทนการกักตัวเด็กในบริบทของการโยกย้ายถิ่นฐาน ครั้งที่ 9 ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ กรุงเทพมหานคร จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายไผท สิทธิสุนทร ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวต้อนรับผู้แทนจากประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และนิวซีแลนด์ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม องค์การระหว่างประเทศ นักวิชาการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง        การประชุมดังกล่าวนำไปสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศ รวมทั้งการสร้างความเข้าใจร่วมเกี่ยวกับมาตรการทางเลือกแทนการกักตัวเด็กในบริบทการโยกย้ายถิ่นฐาน โดยผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนบทเรียนจากการดำเนินงานจริงและหารือความท้าทายด้านการบริหารจัดการผู้ลี้ภัยและผู้โยกย้ายถิ่นฐาน อันนำไปสู่ข้อเสนอสำหรับ การพัฒนามาตรการที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ควบคู่กับการบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานและการรักษาความมั่นคงของประเทศ        นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมได้ศึกษาดูงาน ณ พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน จังหวัดราชบุรี และโรงงานเอสอีดับเบิ้ลยูที จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรับฟังประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง (Self-Reliance) ของผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นตัวอย่างการดำเนินงานในระดับพื้นที่และปัจจัยที่เอื้อต่อการนำแนวคิดเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ        ทั้งนี้ สมช. จะสานต่อความร่วมมือกับ ADFM IDC ประเทศพันธมิตร และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำบทเรียนและแนวปฏิบัติที่ได้รับไปต่อยอดในการพัฒนานโยบายและกลไกการดำเนินงานของไทย และสนับสนุนให้มาตรการทางเลือกแทนการกักตัวสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรมต่อไป        From 18–20 August 2026, the Office of the National Security Council (NSC) of Thailand, in partnership with the Asia Dialogue on Forced Migration (ADFM) and the International Detention Coalition (IDC), co-hosted the 9th the Regional Peer Learning Platform on Alternatives to Detention for Children in the Context of Migration in Bangkok, Ratchaburi, and Kanchanaburi.        The event was welcomed by Mr. Patai Sidisunthorn, Assistant Secretary-General of the NSC, and brought together representatives from Australia, Indonesia, Malaysia, and New Zealand, alongside Thai government agencies, civil society organizations, international organizations, academia, and other relevant stakeholders.        The regional exchange provided an important platform for sharing knowledge, practical experiences, and good practices on alternatives to child detention in migration contexts. Participants reflected on lessons learned from implementation, discussed emerging challenges in refugee and migration management, and explored practical approaches that prioritize the best interests of children and the protection of vulnerable groups, while supporting effective migration management and national security.        As part of the programme, participants visited Tham Hin Temporary Shelter Area in Ratchaburi and SEWT Factory in Kanchanaburi to learn directly from practitioners and stakeholders on the ground. The visits provided valuable insights into self-reliance opportunities for Myanmar Displaced Persons, demonstrating how policy approach can be translated into practical solutions at the local level.        The exchange strengthened regional partnerships and connected international good practices with Thailand’s experience on the ground, providing valuable lessons for further developing Thailand’s policies and mechanisms for managing irregular migration and protecting children and other vulnerable groups.          Looking ahead, the NSC will continue working closely with ADFM, IDC, partner countries, and relevant stakeholders to build on the lessons and good practices shared through the exchange. These efforts will support the further development of practical, context-sensitive alternatives to detention in Thailand, while maintaining an appropriate balance between humanitarian considerations, child protection, and national security.

    กองความมั่นคงภายในประเทศ (กภน.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙

    การประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙

           นายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบริหารจัดการภาครัฐฯ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ โรงแรมลีการ์เดนส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในระดับนโยบาย ภายใต้คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ        ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ จชต. โดยเน้นย้ำการเฝ้าระวังการก่อเหตุและดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน รวมทั้ง ได้รับทราบการประเมินผลวัตถุประสงค์ภายใต้นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ - ๒๕๗๐ ซึ่งหน่วยงานเจ้าภาพได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ การขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ การอำนวยความยุติธรรมและการเยียวยา การยกระดับคุณภาพการศึกษา การส่งเสริมเศรษฐกิจระดับฐานราก การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งแม้ว่าบางประเด็นอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนงาน และมีข้อจำกัดบางประการ อาทิ การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน แต่ทุกภาคส่วนยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติงานและเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการบริหารจัดการภาครัฐให้มีเอกภาพ เกิดการบูรณาการ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน        นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบกระบวนการจัดทำ (ร่าง) นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๗๑ - ๒๕๗๓ ที่จัดทำขึ้นตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อเป็นกรอบทิศทางหลักในการปฏิบัติงาน โดยการจัดทำจะได้อาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการให้ความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ จชต. ที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

    กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม (กชต.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติ        ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙

    การประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙

           เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๙ นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธาน การประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น ๓ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานะความคืบหน้าของการจัดทำ ร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนที่ ๖ การจัดทำร่างนโยบายความมั่นคงและแผนระดับชาติฯ การออกแบบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อน รวมทั้งรับทราบการทบทวนผลประโยชน์แห่งชาติ และการประเมินกำลังอำนาจของชาติ        ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ เห็นชอบในหลักการของกรอบร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ อาทิ รายละเอียดของนโยบายและแผนความมั่นคง และการกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายภาพรวม รวมถึงกรอบการจัดทำดัชนีความมั่นคงแห่งชาติ (Thailand National Security Index) เพื่อเตรียมการนำเสนอต่อคณะกรรมการร้อยกรองงานของสภาความมั่นคงแห่งชาติ และสภาความมั่นคงแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบ สำหรับเป็นกรอบทิศทางในการดำเนินการป้องกัน แก้ไข และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาปรับปรุงประกาศตามมาตรา ๑๑ ของพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

    การประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาปรับปรุงประกาศตามมาตรา ๑๑ ของพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

           เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙ กลุ่มกฎหมาย สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้จัดการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาปรับปรุงประกาศตามมาตรา ๑๑ ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมฯ ร่วมหารือกับผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการปกครอง กอ.รมน.ภาค ๔ สำนักงานอัยการภาค ๙ และตำรวจภูธรภาค ๙ เพื่อทบทวนและปรับปรุงประกาศตามมาตรา ๑๑ ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งใช้บังคับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมเห็นชอบให้คงการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในส่วนที่จำเป็น และให้ทบทวนและปรับปรุงแนวทางการใช้อำนาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยให้คำนึงถึงความสอดคล้องกับกฎหมายอื่นในพื้นที่ เน้นความชัดเจนและสะดวกต่อการปฏิบัติงาน ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน

    กลุ่มกฎหมาย (กกม.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคใต้

    การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคใต้

           เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคใต้ ณ โรงแรม ลากูน่า แกรนด์ โฮเทล แอนด์ สปา สงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา และการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Zoom) โดยมีเป้าหมายสำคัญ ๓ ประการ ได้แก่ ๑) สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐทุกระดับในการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ และร่วมวางแนวทางขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงให้เกิดเอกภาพ ๒) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ และ ๓) สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเผยแพร่กระบวนการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ให้หน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถมีบทบาทและร่วมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ        ในการนี้ ผู้แทนจังหวัด ๑๔ จังหวัด อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ปลัดจังหวัดสงขลา ปลัดจังหวัดพัทลุง ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ปลัดจังหวัดสตูล ปลัดจังหวัดนราธิวาส รวมถึงผู้แทนส่วนราชการส่วนภูมิภาคในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดสงขลา รวมจำนวนมากกว่า ๖๐ หน่วยงาน ได้เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมทั้งได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ อาทิ การเพิ่มเติมรายละเอียดแนวทางดำเนินการรองรับนโยบายทั้ง ๖ นโยบายฯ ให้สอดคล้องกับภาพสถานการณ์และสภาพปัญหาในพื้นที่ การสะท้อนข้อจำกัดของการขับเคลื่อนนโยบายและแผนฯ ฉบับปัจจุบันและให้ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการขับเคลื่อนฉบับใหม่ฯ ทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจะได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพัฒนา/ปรับปรุงร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของบริบทความมั่นคงได้อย่างทันท่วงที และมุ่งเน้นการรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

    กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    พิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙

    พิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙

          วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีฯ ณ ท้องสนามหลวง

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกิจกรรมแสดงพระธรรมเทศนา พิธีถวายผ้าป่าสามัคคีบุญ และพิธีจุดเทียนพรรษาถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกิจกรรมแสดงพระธรรมเทศนา พิธีถวายผ้าป่าสามัคคีบุญ และพิธีจุดเทียนพรรษาถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์

          วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๓๐ น. นายภาณุทัต ภูริปัญญวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ร่วมกิจกรรมแสดงพระธรรมเทศนา พิธีถวายผ้าป่าสามัคคีบุญ และพิธีจุดเทียนพรรษาถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ณ บริเวณลานด้านหน้าองค์พระประธานพุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    พิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

    พิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

          วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๓๐ น. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) และบริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีเจริญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีเจริญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙

          วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์เป็นประธานในพิธีเจริญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ในการนี้ นายภาณุทัต ภูริปัญญวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ เข้าร่วมพิธีฯ ณ บริเวณลานองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ พุทธมณฑลสุทรรศน์ พุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    งานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙

    งานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙

          วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ น. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙

          วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายธีรภัทร จุนทการ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการประสานกิจการความมั่นคง ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ บริเวณลานองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

    กลุ่มงานบริหารงานสารบรรณและประชาสัมพันธ์ (กบส.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    โครงการบูรณาการขับเคลื่อนงานด้านคดีความมั่นคงของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.)

    โครงการบูรณาการขับเคลื่อนงานด้านคดีความมั่นคงของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.)

           นายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการบูรณาการขับเคลื่อนงานด้านคดีความมั่นคงของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้องในพื้นที่ จชต. เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีนายโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดการสัมมนาฯ        ในการนี้ นายพลากร ดาวเจริญ ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมาย/ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ สมช. ได้เข้าร่วมบรรยายในหัวข้อ "การบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในพื้นที่ จชต." เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมทั้ง แลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางต่อการปฏิบัติงานตามกฎหมายดังกล่าว ซึ่งผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน และบุคลากรหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ชั้นก่อนฟ้องในพื้นที่ จชต. รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ สมช. (กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ และกลุ่มกฎหมาย) เข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าวด้วย        กิจกรรมสัมมนาบูรณาการงานด้านคดีความมั่นคงดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 - 27 สิงหาคม 2569 ซึ่งดำเนินการสอดคล้องตามนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568 - 2570 ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาล รวมทั้ง ยกระดับกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินคดี การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เลือกปฏิบัติและคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ ซึ่งกิจกรรมสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินคดีความมั่นคงของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้องในพื้นที่ จชต. โดยมุ่งเน้นการถอดบทเรียนการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา และให้เกิดการบูรณาการการปฏิบัติงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมให้เป็นระบบ มีเอกภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันต่อไป

    กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม (กชต.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยแนวทางเลือกแทนการกักตัวเด็กในบริบทของการโยกย้ายถิ่นฐาน ครั้งที่ ๙ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ กรุงเทพฯ จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี

    การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยแนวทางเลือกแทนการกักตัวเด็กในบริบทของการโยกย้ายถิ่นฐาน ครั้งที่ ๙ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ กรุงเทพฯ จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี

           เมื่อวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2569 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพร่วมกับ Asia Dialogue on Forced Migration (ADFM) และ International Detention Coalition (IDC) จัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยแนวทางทางเลือกแทนการกักตัวเด็กในบริบทของการโยกย้ายถิ่นฐาน ครั้งที่ 9 ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ กรุงเทพมหานคร จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายไผท สิทธิสุนทร ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวต้อนรับผู้แทนจากประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และนิวซีแลนด์ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม องค์การระหว่างประเทศ นักวิชาการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง        การประชุมดังกล่าวนำไปสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศ รวมทั้งการสร้างความเข้าใจร่วมเกี่ยวกับมาตรการทางเลือกแทนการกักตัวเด็กในบริบทการโยกย้ายถิ่นฐาน โดยผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนบทเรียนจากการดำเนินงานจริงและหารือความท้าทายด้านการบริหารจัดการผู้ลี้ภัยและผู้โยกย้ายถิ่นฐาน อันนำไปสู่ข้อเสนอสำหรับ การพัฒนามาตรการที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ควบคู่กับการบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานและการรักษาความมั่นคงของประเทศ        นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมได้ศึกษาดูงาน ณ พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน จังหวัดราชบุรี และโรงงานเอสอีดับเบิ้ลยูที จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรับฟังประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง (Self-Reliance) ของผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นตัวอย่างการดำเนินงานในระดับพื้นที่และปัจจัยที่เอื้อต่อการนำแนวคิดเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ        ทั้งนี้ สมช. จะสานต่อความร่วมมือกับ ADFM IDC ประเทศพันธมิตร และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำบทเรียนและแนวปฏิบัติที่ได้รับไปต่อยอดในการพัฒนานโยบายและกลไกการดำเนินงานของไทย และสนับสนุนให้มาตรการทางเลือกแทนการกักตัวสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรมต่อไป        From 18–20 August 2026, the Office of the National Security Council (NSC) of Thailand, in partnership with the Asia Dialogue on Forced Migration (ADFM) and the International Detention Coalition (IDC), co-hosted the 9th the Regional Peer Learning Platform on Alternatives to Detention for Children in the Context of Migration in Bangkok, Ratchaburi, and Kanchanaburi.        The event was welcomed by Mr. Patai Sidisunthorn, Assistant Secretary-General of the NSC, and brought together representatives from Australia, Indonesia, Malaysia, and New Zealand, alongside Thai government agencies, civil society organizations, international organizations, academia, and other relevant stakeholders.        The regional exchange provided an important platform for sharing knowledge, practical experiences, and good practices on alternatives to child detention in migration contexts. Participants reflected on lessons learned from implementation, discussed emerging challenges in refugee and migration management, and explored practical approaches that prioritize the best interests of children and the protection of vulnerable groups, while supporting effective migration management and national security.        As part of the programme, participants visited Tham Hin Temporary Shelter Area in Ratchaburi and SEWT Factory in Kanchanaburi to learn directly from practitioners and stakeholders on the ground. The visits provided valuable insights into self-reliance opportunities for Myanmar Displaced Persons, demonstrating how policy approach can be translated into practical solutions at the local level.        The exchange strengthened regional partnerships and connected international good practices with Thailand’s experience on the ground, providing valuable lessons for further developing Thailand’s policies and mechanisms for managing irregular migration and protecting children and other vulnerable groups.          Looking ahead, the NSC will continue working closely with ADFM, IDC, partner countries, and relevant stakeholders to build on the lessons and good practices shared through the exchange. These efforts will support the further development of practical, context-sensitive alternatives to detention in Thailand, while maintaining an appropriate balance between humanitarian considerations, child protection, and national security.

    กองความมั่นคงภายในประเทศ (กภน.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙

    การประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙

           นายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการบริหารจัดการภาครัฐฯ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ โรงแรมลีการ์เดนส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในระดับนโยบาย ภายใต้คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ        ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ จชต. โดยเน้นย้ำการเฝ้าระวังการก่อเหตุและดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน รวมทั้ง ได้รับทราบการประเมินผลวัตถุประสงค์ภายใต้นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๖๘ - ๒๕๗๐ ซึ่งหน่วยงานเจ้าภาพได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ การขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขฯ การอำนวยความยุติธรรมและการเยียวยา การยกระดับคุณภาพการศึกษา การส่งเสริมเศรษฐกิจระดับฐานราก การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งแม้ว่าบางประเด็นอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนงาน และมีข้อจำกัดบางประการ อาทิ การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน แต่ทุกภาคส่วนยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติงานและเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการบริหารจัดการภาครัฐให้มีเอกภาพ เกิดการบูรณาการ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน        นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบกระบวนการจัดทำ (ร่าง) นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๗๑ - ๒๕๗๓ ที่จัดทำขึ้นตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อเป็นกรอบทิศทางหลักในการปฏิบัติงาน โดยการจัดทำจะได้อาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการให้ความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ จชต. ที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

    กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม (กชต.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติ        ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙

    การประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙

           เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๙ นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธาน การประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙ ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น ๓ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานะความคืบหน้าของการจัดทำ ร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนที่ ๖ การจัดทำร่างนโยบายความมั่นคงและแผนระดับชาติฯ การออกแบบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อน รวมทั้งรับทราบการทบทวนผลประโยชน์แห่งชาติ และการประเมินกำลังอำนาจของชาติ        ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ เห็นชอบในหลักการของกรอบร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ อาทิ รายละเอียดของนโยบายและแผนความมั่นคง และการกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายภาพรวม รวมถึงกรอบการจัดทำดัชนีความมั่นคงแห่งชาติ (Thailand National Security Index) เพื่อเตรียมการนำเสนอต่อคณะกรรมการร้อยกรองงานของสภาความมั่นคงแห่งชาติ และสภาความมั่นคงแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบ สำหรับเป็นกรอบทิศทางในการดำเนินการป้องกัน แก้ไข และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาปรับปรุงประกาศตามมาตรา ๑๑ ของพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

    การประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาปรับปรุงประกาศตามมาตรา ๑๑ ของพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

           เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙ กลุ่มกฎหมาย สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้จัดการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาปรับปรุงประกาศตามมาตรา ๑๑ ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมฯ ร่วมหารือกับผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการปกครอง กอ.รมน.ภาค ๔ สำนักงานอัยการภาค ๙ และตำรวจภูธรภาค ๙ เพื่อทบทวนและปรับปรุงประกาศตามมาตรา ๑๑ ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งใช้บังคับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมเห็นชอบให้คงการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในส่วนที่จำเป็น และให้ทบทวนและปรับปรุงแนวทางการใช้อำนาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยให้คำนึงถึงความสอดคล้องกับกฎหมายอื่นในพื้นที่ เน้นความชัดเจนและสะดวกต่อการปฏิบัติงาน ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน

    กลุ่มกฎหมาย (กกม.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคใต้

    การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคใต้

           เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๗๑ – ๒๕๗๕) ในพื้นที่ภาคใต้ ณ โรงแรม ลากูน่า แกรนด์ โฮเทล แอนด์ สปา สงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา และการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Zoom) โดยมีเป้าหมายสำคัญ ๓ ประการ ได้แก่ ๑) สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐทุกระดับในการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ และร่วมวางแนวทางขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงให้เกิดเอกภาพ ๒) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ และ ๓) สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเผยแพร่กระบวนการจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ให้หน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถมีบทบาทและร่วมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ        ในการนี้ ผู้แทนจังหวัด ๑๔ จังหวัด อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ปลัดจังหวัดสงขลา ปลัดจังหวัดพัทลุง ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ปลัดจังหวัดสตูล ปลัดจังหวัดนราธิวาส รวมถึงผู้แทนส่วนราชการส่วนภูมิภาคในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดสงขลา รวมจำนวนมากกว่า ๖๐ หน่วยงาน ได้เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมทั้งได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ อาทิ การเพิ่มเติมรายละเอียดแนวทางดำเนินการรองรับนโยบายทั้ง ๖ นโยบายฯ ให้สอดคล้องกับภาพสถานการณ์และสภาพปัญหาในพื้นที่ การสะท้อนข้อจำกัดของการขับเคลื่อนนโยบายและแผนฯ ฉบับปัจจุบันและให้ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการขับเคลื่อนฉบับใหม่ฯ ทั้งนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจะได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพัฒนา/ปรับปรุงร่างนโยบายและแผนระดับชาติฯ ฉบับใหม่ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของบริบทความมั่นคงได้อย่างทันท่วงที และมุ่งเน้นการรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

    กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    แถลงการณ์ต่อกรณีการก่อเหตุสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569

    แถลงการณ์ต่อกรณีการก่อเหตุสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569

           

    กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    คำแถลงการณ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ประเด็นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา

    คำแถลงการณ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ประเด็นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา

    ๑. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของสภาความมั่นคงเเห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ยินดีกับแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ไทย - กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๘ ที่สะท้อนให้เห็นความจริงใจและเจตนารมณ์ของไทยในการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีผ่านกรอบความร่วมมือระดับทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน โดยแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวดำเนินการภายใต้กรอบที่สภาความมั่นคงและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๘ ๒. สมช. ขอยืนยันว่าการลงนามในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเป็นผลจาก การพิจารณาและตัดสินใจร่วมกันของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองชีวิต ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่และประชาชน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการแห่งสันติภาพและการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประเทศไทยถูกละเมิดอธิปไตยหรือถูกรุกรานอีกครั้ง ประเทศไทยมีความจำเป็นและมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน ภายใต้กรอบของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าวมาโดยตลอดอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ๓. ประเด็นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย – กัมพูชา         • ที่ผ่านมารัฐบาล กองทัพ ภายใต้การสนับสนุนของประชาชน ได้ร่วมกันทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างสุดความสามารถ ซึ่ง สมช. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ อย่างไรก็ดี สมช. มีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนอย่างเหมาะสม ครอบคลุม และต่อเนื่อง ตลอดจนดูแลความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ ๔. ประเด็นด้านมนุษยธรรม         • ที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองชีวิต ศักดิ์ศรี และความปลอดภัยของบุคคลที่ไม่เข้าร่วมการสู้รบเป็นหลัก จึงนำมาซึ่งการปล่อยตัวเชลยศึกกัมพูชาจำนวน ๑๘ คน ในวันนี้ ตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๘ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด         • ประเทศไทยคาดหวังให้กัมพูชา แสดงท่าทีและบทบาทอย่างเป็นรูปธรรมในการปฎิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรมในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน เช่น การคุ้มครองสวัสดิภาพและอำนวยความสะดวก คนไทยในกัมพูชาให้กลับประเทศได้อย่างปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้ กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือและเร่งรัดการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่เสี่ยงอย่างจริงจัง         • ขอย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการสำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ได้แก่ หลักการแบ่งแยกพลรบกับพลเรือน (Principle of Distinction) หลักความได้สัดส่วน (Proportionality) และหลักมนุษยธรรม (Humanity) รวมถึงเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการทำลายทุ่นระเบิดดังกล่าว (Ottawa Convention) ซึ่งมุ่งหมายให้รัฐภาคีงดการใช้และการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเป็นระบบและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียต่อทุกฝ่ายในอนาคต         • เห็นว่าการยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและการปฏิบัติตามพันธกรณีตามอนุสัญญาดังกล่าวอย่างจริงใจ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง ความไว้วางใจ สันติภาพ และความปลอดภัยอย่างยั่งยืนตามแนวชายแดนและในภูมิภาคโดยรวม ๕. ประเด็นการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต         • เมื่อวันที่ ๑๗ - ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ กระทรวงการต่างประเทศของไทยร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on the Global Partnership against Online Scams) โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า ๖๐ ประเทศ ซึ่งไทยถือว่าปัญหาดังกล่าวเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและเป็นปัญหาร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณนานาประเทศที่สนับสนุนบทบาทของไทยในเวทีดังกล่าว อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าเสียดายที่กัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมการประชุมฯ         • ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติรวมถึงการหลอกลวงทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์ร่วมกับกัมพูชา แต่การดำเนินการยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก จึงต้องการเห็นกัมพูชาร่วมมือในการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างเด็ดขาดและเป็นรูปธรรม เพื่อความมั่นคงของภูมิภาค ๖. ประเด็นเขตแดน         • การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย - กัมพูชา ซึ่งไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เเละสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง และยึดถือตามแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ เป็นหลัก เนื่องจากมีความชัดเจน ถูกต้องแม่นยำ สอดคล้องกับภูมิประเทศจริง และลากเส้นตามฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การประชุม JBC ที่จะมีขึ้นในอนาคตจำเป็นต้องคำนึงถึงเงื่อนไขและห้วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในอนาคตที่จะพิจารณาการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป ซึ่งอาจมีการทบทวนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 43) จึงต้องคำนึงถึงเงื่อนไขในอนาคตด้วย ๗. สุดท้ายนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยจะดำรงการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมฯ ตราบเท่าที่กัมพูชาจะดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจะดำรงความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ

    สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    แถลงการณ์ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

    แถลงการณ์ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

            พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 จนถึงขณะนี้ ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่รัฐบาลติดตามอย่างใกล้ชิดในทุกระยะ และได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง บูรณาการการทำงานอย่างเต็มสรรพกำลัง เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และปกป้องอธิปไตยของชาติไทยอย่างเคร่งครัด         รัฐบาลขอยืนยันว่า ประเทศไทยจะดำรงความมุ่งมั่นสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรม และในวันนี้ ได้มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีมติยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินการตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ คือ จะมีปฏิบัติการทางทหารในทุกกรณี ตามเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้มีการปฏิบัติการทางทหารในเรื่องอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น         รัฐบาลมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ในความสามารถของกองทัพไทย ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบตามกฎการใช้กำลัง และยึดหลักมนุษยธรรมในการปกป้องพี่น้องประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดแนวพื้นที่ชายแดน พร้อมกันนี้ รัฐบาลขอส่งกำลังใจ และความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความเป็นอยู่และความปลอดภัย ที่พักพิง อาหาร น้ำดื่ม การบริการทางการแพทย์ และสวัสดิการที่จำเป็น อย่างเต็มความสามารถ         เพื่อความถูกต้องของข้อมูลที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ และเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนเกิดความตื่นตระหนก รัฐบาลขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางของราชการเท่านั้น และมอบหมายให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้สื่อสารข้อมูลหลักในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้         รัฐบาลจะบูรณาการข้อมูลร่วมกับทุกเหล่าทัพ และหน่วยงานความมั่นคงทุกระดับ เพื่อให้ข้อมูลที่ออกสู่สาธารณะไปยังพี่น้องประชาชน มีความถูกต้อง ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน         รัฐบาลขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า การปกป้องประเทศชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน คือ ภารกิจสูงสุดของรัฐบาลและกองทัพไทย         ประเทศไทยไม่เคยต้องการเห็นความรุนแรง โดยยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยเป็นฝ่ายริเริ่ม หรือรุกรานแต่อย่างใด แต่ประเทศไทยจะไม่ยอมให้มีการล่วงละเมิดอธิปไตย และจะดำเนินการอย่างมีเหตุมีผล รอบคอบ ยึดหลักสันติภาพ ความมั่นคง และมนุษยธรรม เป็นสำคัญ         รัฐบาลจะรายงานสถานการณ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง และพร้อมดำเนินการทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศ อธิปไตย บูรณภาพ และดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด         ท้ายที่สุดนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล และในศักยภาพของกองทัพไทย และร่วมกันให้กำลังใจ และสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้โดยทั่วกัน

    กองความมั่นคงภายในประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    ประเทศไทยต้องไปต่อ…อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน

    ประเทศไทยต้องไปต่อ…อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน

            ประเทศไทยต้องไปต่อ...อนาคตที่คุณอยากเห็นเป็นแบบไหน ? ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) และติดตามความก้าวหน้าของการจัดทำแผนพัฒนาฯ ได้ที่ 14thplan.nesdc.go.th ❛❛ ประเทศไทยในฝัน ร่วมผลักดันให้เป็นจริง❜❜ #แผน14 #เราคิดเราเห็นเราเป็นได้ #สภาพัฒน์

       

    อ่านต่อ

    แผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี

    แผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี

            เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 69 ลมช ได้อนุมัติแผนปฏิบัติการลดใช้พลังงานของ สมช. ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 69 เพื่อรับมือวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยการเสนอจากกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการกำหนดแนวทางมาตรการการลดใช้พลังงานให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อเป็นต้นแบบแก่ภาคเอกชนและประชาชน ซึ่งแผนปฏิบัติการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการลดใช้พลังงานของ สมช. ต่อไป

    กลุ่มงานบริหารพัสดุ อาคารสถานที่ และยานพาหนะ (พอย.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย

    การส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย

           

    คณะทำงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    การสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ

    การสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ

    คณะทำงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    อ่านต่อ

    PROCUREMENRT NEWS AND JOB NEWS
    ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง และ ข่าวรับสมัครงาน

    ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง

    ข่าวรับสมัครงาน
    ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
    KNOWLEDGE CENTER
    ศูนย์ความรู้ สมช.
    วีดิทัศน์สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.2566 - 2570)ฉบับซับภาษาอังกฤษและภาษามือ

    วีดิทัศน์เกี่ยวกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    วีดิทัศน์แนะนำสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

    Loading

    Top