Accessibility Tools

Skip to main content
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น. - 16.30 น.
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร

ผู้เขียน: Porntip T.

เดินทางตรวจเยี่ยมพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ และพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดตาก

สมช. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อประเมินสถานการณ์และแนวโน้มด้านความมั่นคง รวมทั้งการประชุมหารือร่วมกับแม่ทัพภาคที่ ๓

ตลอดจนเดินทางตรวจเยี่ยมพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ และพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดตาก

ระหว่างวันที่ ๒๘ – ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑ ณ จังหวัดตาก

วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๑ พลเอก วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน
ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ปัญหาความมั่นคง บริเวณชายแดนไทย – เมียนมา รวมถึงสถานการณ์และปัญหาความมั่นคงในพื้นที่
วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เดินทางไปพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ เพื่อรับฟังบรรยายสรุป
การเตรียมความพร้อมในการส่งผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมากลับสู่มาตุภูมิ
วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ
วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑ ตรวจเยี่ยมพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดตาก

Loading

The Signing Ceremony of the Memorandum of Understanding on the Determination of Measures and Approaches Alternative to Detention of Children in Immigration Detention Centers

The Signing Ceremony of the Memorandum of Understanding
on the Determination of Measures and Approaches
Alternative to Detention of Children in Immigration Detention Centers
Monday, 21 January 2019, 10.00 hours
Outer Santi Maitri Building, the Government House, Bangkok

                  On 21 January 2019, H.E. General Prawit Wongsuwon, Deputy Prime Minister and Minister of Defence of Thailand, presided over the Signing Ceremony of the Memorandum of Understanding (MoU) on the Determination of Measures and Approaches Alternative to Detention of Children in Immigration Detention Centers. The MoU was signed by heads and representatives of seven government agencies; namely, the Royal Thai Police, the Ministry of Social Development and Human Security, the Ministry of Foreign Affairs, the Ministry of Interior, the Ministry of Public Health, the Ministry of Education, and the Ministry of Labour.
                  The conclusion of the MoU is the outcome from the participation by H.E. General Prayut Chan-o-cha, Prime Minister of Thailand at the Leaders’ Summit on Refugees on 20 September 2017 at the United Nations Headquarters in New York. On this occasion, the Prime Minister pledged to adhere to non-detention of children in the Immigration Detention Centres by considering the best interests of the child and obligations under the Convention on the Rights of the Child (CRC), particularly in the protection of illegal migrant children.
                  General Prawit Wongsuwan, Deputy Prime Minister and Minister of Defense has assigned the Office of National Security Council as the focal agency in coordinating with related government agencies to implement the said pledge and international obligations into concrete outcome. This has resulted in the drafting of the MoU on alternative to detention for migrant children, which was approved by the Prime Minister of Thailand on 21 November 2018 and the signing ceremony of the MoU today.
                   The objective of the MoU is to determine responsibilities and provide guidelines for related government agencies in integrating procedures on non-detention of migrant children in an effective and systematic manner. It reaffirms the Royal Thai Government’s endeavor and intention to assist and protect migrant children while taking into account the best interests of the child.
                    The signing of the MoU clearly demonstrates the Royal Thai Government’s commitment to fulfill its pledge in promoting and protecting human rights through whole-of-society and whole-of-government approach and in partnership with the international community.

Bureau of the Internal Security Strategy
Office of the National Security Council, Thailand
21 January 2019

Loading

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ การกำหนดมาตรการและแนวทางแทนการกักตัวเด็กไว้ในสถานกักตัวคนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ

การกำหนดมาตรการและแนวทางแทนการกักตัวเด็กไว้ในสถานกักตัวคนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ

วันจันทร์ที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล

                   เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง การกำหนดมาตรการและแนวทางแทนการกักตัวเด็กไว้ใน สถานกักตัวคนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ ระหว่างหัวหน้าส่วนราชการ ๗ หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวงแรงงาน โดยมี รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) เป็นประธานสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าว
                   การจัดทาบันทึกความเข้าใจเป็นการดำเนินการที่สืบเนื่องจากการที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านผู้ลี้ภัยของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (Leaders’ Summit on Refugees) เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๙ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และได้ประกาศคามั่นในการไม่กักตัวเด็กในห้องกักตรวจคนเข้าเมือง และคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็ก รวมทั้งการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights : ICCPR) โดยได้ย้าถึงความสาคัญของการให้การคุ้มครองเด็กผู้โยกย้ายถิ่นฐาน
                   พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศและกฎหมายภายในของไทย กรณีผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นเด็กจนนำมาสู่ การจัดทำบันทึกความเข้าใจ เรื่อง การกำหนดมาตรการและแนวทางแทนการกักตัวเด็กไว้ในสถานกักตัว คนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ นำมาสู่การร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ ในวันนี้
                   บันทึกความเข้าใจฯ ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบและแนวทางปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาการกักตัวเด็กของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้เป็นระบบและเกิดประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ยังแสดงถึงความพยายามของรัฐบาลไทยในการช่วยเหลือและปกป้องคุ้มครองเด็ก ที่ถูกกักไว้ในสถานกักตัวคนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ โดยยึดหลักการสาคัญ คือ การไม่กักตัวเด็ก ในห้องกักตรวจคนเข้าเมืองและคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็ก
                   ความสำเร็จในการจัดทำบันทึกความเข้าใจฯ ในครั้งนี้ ถือได้ว่าประเทศไทยได้ดำเนินการ ตามคำมั่นที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ และเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ในการส่งเสริมปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของไทยกับประชาคมระหว่างประเทศ

 

The Signing Ceremony of the Memorandum of Understanding on the Determination of Measures and Approaches Alternative to Detention of Children in Immigration Detention Centers

สำนักยุทธศาสตร์ความมั่นคงภายในประเทศ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
๒๑ มกราคม ๒๕๖๒

Loading

การประชุมเชิงปฏิบัติการในการจัดทำแผนงานรองรับการแก้ไขปัญหาและพัฒนา พื้นที่ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

การประชุมเชิงปฏิบัติการในการจัดทำแผนงานรองรับการแก้ไขปัญหาและพัฒนา

พื้นที่ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

                   เมื่อวันที่ ๑๓ – ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้จัด การประชุมเชิงปฏิบัติการในการจัดทำแผนงานรองรับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โดยมี นายสมเกียรติ ศรีประเสริฐ ผู้ทรงคุณวุฒิประจำ สมช. เป็นประธาน และมีผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ ได้แก่ นายสายเมือง วิรยศิริ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ (นพช.) และอดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) พลเอก ธนยศ พริ้งทองฟู ประธานกลุ่มวิจัยและพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิต และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง กองทัพบก ซึ่งเป็นเครือข่ายดำเนินงานของ สมช. และ พลเอกธนา จารุวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก รวมทั้ง ผู้แทนส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางและในพื้นที่เชียงราย เข้าร่วมรวม ๓๓ หน่วยงาน
                   การประชุมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ครั้งนี้ เป็นภารกิจขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงที่สาคัญ ๒ ประการ คือ การแก้ไขปัญหาชุมชนบนพื้นที่สูง ซึ่งมีพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ ประมาณ ๑,๓๐๐ หมู่บ้าน ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๔ และการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ ตามกรอบแนวทางการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย พ.ศ.๒๕๖๑ – ๒๕๖๔ ซึ่งเป็น พี่น้องชนเผ่าที่อาศัยในหมู่บ้านและชุมชนบนพื้นที่สูงในพื้นที่หลายจังหวัด รวมทั้งเชียงราย  ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจาก การสำรวจข้อมูลสถานการณ์ปัญหาชุมชนบนพื้นที่สูง โดยเครือข่ายดำเนินงานด้านความมั่นคงของ สมช. เพื่อประกอบการยกร่าง กรอบแนวทางการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคม พหุวัฒนธรรมในประเทศไทย พ.ศ.๒๕๖๑ – ๒๕๖๔ และการเดินทางลงพื้นที่ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง และประชุมส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่สูง ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย
                   ปัญหาสำคัญของชุมชนบนพื้นที่สูงตำบลศรีถ้อย ได้แก่ ปัญหาพื้นที่ทำกินที่ทับซ้อนกับเขตป่า ปัญหาสถานะบุคคล ซึ่งฝ่ายปกครองกำลังดำเนินการตามกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานของหมู่บ้านและชุมชน ปัญหาหนี้สินของพี่น้องประชาชน ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด และข้อจำกัด ในการประสานแผนระหว่างหน่วยงาน และบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ
                  วัตถุประสงค์สำคัญในการประชุมครั้งนี้ เพื่อมุ่งวางระบบการจัดทำแผนในลักษณะบูรณาการเชิงพื้นที่ สำหรับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง โดยการประสานกับกลไกของ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ (นพช.) ซึ่งมี สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนา เพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ ในเขตกองทัพภาคที่ ๓ (สล.พมพ.ทภ.๓) เป็นผู้ประสานงานเชิงพื้นที่ระดับภาค และระดับจังหวัด ต่อไป โดย สมช. ให้คำแนะนา และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในระดับกระทรวงและกรมต่อไป
การจัดทำแผนงานรองรับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย จะเป็นกรอบทิศทางและแผนนำร่อง ในการทำงานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ในลักษณะบูรณาการอย่างเป็นระบบ และเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะสอดคล้องกับแนวนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่เน้นการพัฒนาประเทศตาม “โครงการไทยนิยม ยั่งยืน” ต่อไป
                   การประชุมหารือในวันนี้ เริ่มต้นด้วยการนำเสนอข้อมูลสำคัญของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ข้อมูล ทางกายภาพและประชากร ข้อมูลปัญหาและความต้องการของพื้นที่ ข้อมูลศักยภาพของชุมชน ข้อมูลความพร้อมของหน่วยงาน และแนวทิศทางการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง นอกจากนี้ ยังได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและร่วมกันจัดทำแผนงานรองรับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ แผนงานดังกล่าวจะได้นำเข้าสู่การพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ก่อนมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ร่วมกันประสานการขับเคลื่อนแผนงานดังกล่าว ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และบังเกิดผลเป็นรูปธรรม ต่อไป

 

สำนักยุทธศาสตร์ความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

Loading

สถานการณ์ทะเลไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ : ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลของ…(ใคร)…ไทย?

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนางานวิจัยและขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัย  “ผลประโยชน์แห่งชาติและความมั่นคงทางทะเล”

และการบรรยายพิเศษเรื่อง “สถานการณ์ทะเลไทย พ.ศ. ๒๕๖๐: ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลของ…(ใคร)…ไทย?

                 เมื่อวันอังคารที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๒.๐๐ น. ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี ๖๐ พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี รศ.ดร.ธรรมนูญ หนูจักร คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดงาน
งานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอรายงานสถานการณ์และประเด็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทะเลไทย และเผยแพร่ข้อมูลให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบ และเพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป โดยในช่วงที่ ๑  เป็นการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนางานวิจัยและขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัย “ผลประโยชน์แห่งชาติและความมั่นคงทางทะเล” ไปสู่การใช้ประโยชน์ ของ ๓ หน่วยงาน (สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย)  ช่วงที่ ๒  เป็นการแถลงข่าวสถานการณ์ทะเลไทยฯ โดย ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ  ช่วงที่ ๓  เป็นการบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นสาคัญที่เกี่ยวข้องกับทะเลไทยใน พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนี้
               ๑) สถานการณ์และแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะทะเลและชายฝั่ง โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธารงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
               ๒) การบริหารจัดการปะการังเสื่อมโทรมในประเทศไทย โดย ผศ.ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน ประธานกรรมการบัณฑิตศึกษาสาขาวิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
               ๓) แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดย อ.ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์ประจาภาคชีวิวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ
               ๔) ทางเลือกในการ รื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม โดย ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์
                  ผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศไทยในปัจจุบันมาจากกิจกรรมทางทะเลหลายรูปแบบ อาทิ การพาณิชยนาวี การประมง และการท่องเที่ยว ซึ่งกิจกรรมทางทะเลต่างๆ นำมาสู่ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว (ขยะทะเล ปะการังเสื่อมโทรม และการกัดเซาะชายฝั่ง) และแนวทางในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (การรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียมในทะเล) ในอดีตที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาของภาครัฐ ยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากแนวทางในการตอบสนองของการแก้ไขปัญหาถูกดำเนินการไปเฉพาะด้าน และขาดการบูรณาการแก้ไขในภาพรวมของภาคทะเลทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันภาครัฐได้มีความริเริ่มในการสร้างแนวทาง การตอบสนองในภาพรวม โดยให้ความสำคัญต่อการใช้ประโยชน์ทางทะเลควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้เกิดความยั่งยืนตลอดจนการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลให้อยู่ในมือคนไทยในปริมาณที่ควรจะเป็นโดยพยายาม ให้มีการดำเนินการร่วมมืออย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นกับภาคเอกชนและภาคประชาชน
                 ในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า ๒๐๐ คน อาทิ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน สถาบันการศึกษา บุคคลทั่วไปและสื่อมวลชน
สำนักยุทธศาสตร์ความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การเสวนาการพัฒนาสิทธิและสถานะบุคคลผู้สูงอายุไร้สัญชาติ สู่สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย ณ จังหวัดเชียงราย

การเสวนาการพัฒนาสิทธิและสถานะบุคคลผู้สูงอายุไร้สัญชาติ สู่สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย

ณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อเด็ก สตรี และชนเผ่า สานักงานมูลนิธิพัฒนาชุมชนและภูเขา อาเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

                   เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๑  มูลนิธิพัฒนาชุมชนและภูเขาได้จัดงานวันเด็กให้ลูกหลาน ผู้เฒ่าไร้สัญชาติ และจัดเวทีเสวนาการพัฒนาสิทธิและสถานะบุคคลผู้สูงอายุไร้สัญชาติ สู่สังคมผู้สูงอายุ ในประเทศไทย เพื่อนำเสนอสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาด้านสิทธิ การเข้าถึงสวัสดิการและการได้รับสถานะตามกฎหมายของผู้สูงอายุไร้สัญชาติ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมกิจการผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย นายอำเภอในพื้นที่เป้าหมาย นักวิชาการด้านกฎหมายสัญชาติ และองค์กรภาคประชาสังคม ที่ทำงานเกี่ยวกับสิทธิและสถานะบุคคล
                  ในส่วนของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการจัดทำยุทธศาสตร์แก้ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบ และเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๕ แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศขณะนั้น ส่งผลให้การบังคับใช้ยุทธศาสตร์ฯ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ประกอบกับสถานการณ์การย้ายถิ่นฐานเข้าสู่ประเทศไทยในลักษณะผิดกฎหมายมีจำนวนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติอยู่ระหว่างการดำเนินการทบทวนยุทธศาสตร์ฯ และหลักเกณฑ์การกำหนดสถานะ โดยเฉพาะต่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยเป็นเวลานาน เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยจะจัดให้มีการประชุมหารือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาถึงสภาพปัญหาและนำผลการพิจารณามาประกอบการทบทวนยุทธศาสตร์ฯ และหลักเกณฑ์ดังกล่าว ต่อไป
                  การเสวนาเริ่มต้นด้วยการนำเสนอสถานการณ์ของผู้สูงอายุไร้สัญชาติในจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นป่าเขาและดอยสูง และมีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนผู้สูงอายุไร้สัญชาติมากเป็นอันดับสองของประเทศ แต่ด้วยปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุไร้สัญชาติ ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการพัฒนาสถานะบุคคลได้ อาทิ อยู่ในพื้นที่ห่างไกลไม่สามารถเข้ายื่นคำร้องได้ไม่เข้าใจภาษาไทย และข้อกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับสัญชาติ ประกอบกับกระบวนการพิจารณาและการดำเนินการแก้ไขปัญหา เรื่องสถานะบุคคลมีความซับซ้อนทำให้การพิจารณาให้สถานะบุคคลเป็นไปอย่างล่าช้านำมาสู่การหารือข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุไร้สัญชาติ โดยปฏิรูปข้อกฎหมายและแนวนโยบายที่ยังเป็นอุปสรรคหรือข้อจำกัดต่อการแก้ปัญหาคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน รวมทั้งต้องมีการทบทวนการบังคับใช้กฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ให้ครอบคลุมกลุ่มประชากรเป้าหมายอย่างทั่วถึง สามารถแก้ปัญหาคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติได้อย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพต่อไป

 

สำนักยุทธศาสตร์ความมั่นคงภายในประเทศ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

Loading

การประชุมคณะกรรมการบูรณาการฐานข้อมูลด้านความมั่นคง ครั้งที่ 1/2561

การประชุมคณะกรรมการบูรณาการฐานข้อมูลด้านความมั่นคง ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการ
พลเอก วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ
นายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

Loading

การประชุมเชิงปฏิบัติการประเมินสถานการณ์และแนวโน้มด้านความมั่นคง และติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาชาวโรฮีนจา / ตรวจเยี่ยมพื้นที่ จ.ระนอง

ข่าวประชาสัมพันธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการประเมินสถานการณ์และแนวโน้มด้านความมั่นคง

และติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาชาวโรฮีนจา / ตรวจเยี่ยมพื้นที่ จ.ระนอง

ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๑ มกราคม ๒๕๖๑

             พลเอก วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมทั้งคณะเจ้าหน้าที่สำนักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดระนอง ในวันที่ ๑๐ – ๑๑ มกราคม ๒๕๖๑ เพื่อประชุมเชิงปฏิบัติการประเมินสถานการณ์และแนวโน้มด้านความมั่นคง โดยเฉพาะสถานการณ์และปัญหาการอพยพของชาวโรฮีนจาในห้วงหลังฤดูมรสุม รวมถึงตรวจเยี่ยมพื้นที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดระนอง อาทิ ตรวจเยี่ยมห้องกักของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง ท่าเทียบเรือสะพานปลา ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคลสัญชาติเมียนมา (C.I.) และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จของกรมการจัดหางาน ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-แจ้งออกของเรือประมงจังหวัดระนอง (PIPO) เป็นต้น โดยได้เชิญหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและในระดับพื้นที่ ร่วมหารือ อาทิ ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นอกจากนี้ มีผู้แทนจังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ได้แก่ จังหวัดระนอง กระบี่ ภูเก็ต พังงา และสตูล รวมถึงหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อาทิ กองทัพภาคที่ ๔ กองเรือภาคที่ ๓ กองบังคับการ ตำรวจตระเวนชายแดนภาค ๔ กองกำลังเทพสตรี และ ด่านตรวจคนเข้าเมืองด้านอันดามัน
01
               เลขาธิการฯ ได้ชี้แจงนโยบายรัฐบาลเรื่องแนวทางรองรับกรณีการอพยพของชาวโรฮีนจาหลังช่วง ฤดูมรสุม โดยจะยึดตามหลักกฎหมายและการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสม รวมทั้งยังได้รับทราบสภาพปัญหาและการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ การพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว ภายใต้ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคลสัญชาติเมียนมา (C.I.) ซึ่งเมียนมาและไทยมีการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ฝ่ายไทยมีความพร้อมในการสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว ปัญหาการทำประมงรุกล้ำน่านน้ำของเมียนมา ที่ผ่านมาหน่วยงานในพื้นที่ของไทยและเมียนมาสามารถประสานงานกันเพื่อคลี่คลายปัญหาภายใต้ความเข้าใจและความร่วมมือที่ดียิ่ง ตรวจเยี่ยมการดำเนินการที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-แจ้งออกของเรือประมง จ.ระนอง (PIPO) เพื่อควบคุมการเข้า-ออกของเรือ โดยได้รับทราบการปฏิบัติงานเชิงบูรณาการจาก ๖ หน่วยงาน ได้แก่ กองทัพเรือ กรมประมง กรมเจ้าท่า กรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กองบังคับการตำรวจน้ำ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ อย่างมีเอกภาพ โดยมีระบบตรวจสอบลูกเรือและการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ได้รับทราบปัญหา ความมั่นคงอื่นๆ ในพื้นที่ อาทิ ปัญหาเขตแดน ปัญหายาเสพติด ปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปัญหากลุ่มอิทธิพลต่างชาติ ซึ่งจะได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป

สำนักยุทธศาสตร์ความมั่นคงภายในประเทศ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
๑๗ มกราคม ๒๕๖๑

Loading

ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๐

โดยกำหนดจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน ๙๐๑ รูป ในวันอังคารที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๗.๐๐ น. ณ พระลานพระราชวังดุสิต โดยมีนายกรัฐมนตรีและภริยาเป็นประธานในพิธี

Loading

พิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด ถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

พิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด ถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันบิดาแห่งฝนหลวง” ประจำปี ๒๕๖๐ วันอังคารที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ณ ลานเอนกประสงค์ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

Loading

พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปี 2560 ณ วัดนวลนรดิศวรวิหาร

พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปี ๒๕๖๐ ณ วัดนวลนรดิศวรวิหาร

Loading

พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้า ถวายเครื่องสักการะ สมเด็จพระสังฆราช

พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เข้าเฝ้า ถวายเครื่องสักการะ สมเด็จพระสังฆราช

 

Loading

Top