Accessibility Tools

Skip to main content
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น. - 16.30 น.
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร

ผู้เขียน: Porntip T.

ประกาศ สมช. เรื่อง รายชื่อผู้ผ่านการกลั่นกรองเพื่อรับทุนรัฐบาลไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ ประจำปี ๒๕๖๓

ประกาศสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

เรื่อง รายชื่อผู้ผ่านการกลั่นกรองเพื่อรับทุนรัฐบาลไปศึกษาวิชา
ณ ต่างประเทศ ประจำปี ๒๕๖๓

Loading

ประกาศ สมช. เรื่อง การขึ้นบัญชีและยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกในตำแหน่งนักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ และนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ ของ สมช.

ประกาศสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

เรื่อง การขึ้นบัญชีและยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก
ในตำแหน่งนักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ
และตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ
ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (นปท.) ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓

          การประชุมคณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (นปท.) ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี/ประธานกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ประธาน นปท.) เป็นประธาน มีรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ เข้าร่วมการประชุม และมี พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมีการพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาและจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเล คณะอนุกรรมการดังกล่าว มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและจัดการความรู้เกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลแก่คณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นกลไกทางวิชาการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวมทั้ง รับทราบความคืบหน้าในการจัดทำอนุบัญญัติรองรับพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลฯ โครงสร้าง อัตรากำลังและแผนปฏิบัติการประจำปี  พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕ ของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
          ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ร่างคำสั่งคณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาและจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยมี ศาสตราจารย์ เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน นปท. เป็นประธานอนุกรรมการฯ และมอบให้ฝ่ายเลขานุการนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของกรรมการไปปรับปรุงแก้ไข และตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป
          อนึ่ง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี/ประธาน นปท. ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการดำเนินการขับเคลื่อนกลไกภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันให้การสนับสนุนการดำเนินการตามภารกิจ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่าง มีประสิทธิภาพ เกิดการบูรณาการ สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และสามารถปกป้องรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลได้อย่างยั่งยืน

ภาพการประชุม
คณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (นปท.)
ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ วันศุกร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๓
ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น ๓ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล

สำนักยุทธศาสตร์ความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน (สชป.)
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
๑๐ มกราคม ๒๕๖๓

Loading

การประชุมเวทีผู้ลี้ภัยโลก ครั้งที่ ๑ (Global Refugee Forum – GRF)

Ξ ที่มาและความสำคัญของการประชุม
     การประชุมเวทีผู้ลี้ภัยโลก ครั้งที่ ๑ (Global Refugee Forum) ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ เป็นเวทีการประชุมครั้งแรกของโลก ที่ประเทศต่างๆแสดงความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัย ที่เน้นหลักการ “แบ่งเบาภาระและความรับผิดชอบ” โดยมีสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งหประชาชาติ (UNHCR) และสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเจ้าภาพร่วม
Ξ องค์ประกอบคณะผู้แทนไทย
     สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงาน
Ξ ข้อมูลเกี่ยวกับการประชุม
     ๑. ผู้เข้าร่วมประมาณ ๓,๐๐๐ คน
     ๒. ประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่ให้คำมั่น จำนวน ๗๗๐ คำมั่น
Ξ คำมั่นของไทย (ครม. เห็นชอบ เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒)
     ๑. การดำเนินการต่อเนื่องเพื่อรองรับวุฒิการศึกษาและเอกสารทางการศึกษาของเด็กผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา
     ๒. การให้โอกาสในการทำงานสำหรับผู้ที่เดินทางกลับไปแล้วตามกฎระเบียบของไทย และ การฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าก่อนเดินทางกลับเมียนมา
     ๓. การพัฒนาความร่วมมือในกระบวนการส่งกลับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา
     ๔. แนวทางการใช้การพัฒนาเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมพื้นที่รองรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาและชุมชนท้องถิ่น
     ๕. การเสริมสร้างความสามารถและทักษะที่จำเป็นให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการนำระบบคัดกรองเพื่อคัดแยกผู้ที่ต้องการความคุ้มครองระหว่างประเทศออกจากผู้แสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจมาปฏิบัติ
     ๖. การนำมาตรการทางเลือกแทนการคุมขังเด็กที่ต้องการความคุ้มครองระหว่างประเทศ มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
     ๗. การจัดให้เด็กที่ต้องการความคุ้มครองระหว่างประเทศในประเทศไทยเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพที่เหมาะสม
     ๘. การส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยไม่เลือกปฏิบัติภายใต้ โครงการ “ยุติธรรมใส่ใจ”
    ไทยมีการจัดตั้งคณะทำงานระดับชาติเพื่อทำหน้าที่ประสานงานและนำข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยผู้ลี้ภัย (Global Compact on Refugee-GCR) นำไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการแสวงหาทางออกที่ยั่งยืนให้กับผู้ที่ต้องการความคุ้มครอง โดยเฉพาะสตรีและเด็กซึ่งเป็นไปบนพื้นฐานของหลักการมนุษยธรรมและการแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบ
    ภายหลังจากที่ไทยได้มีการลงนาม บันทึกความเข้าใจ เรื่อง การกำหนดมาตรการและแนวทางแทนการกักตัวเด็กไว้ในสถานกักตัวคนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ ไทยได้มีการพัฒนาศักยภาพและความพร้อมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการนำบันทึกความเข้าใจดังกล่าวไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายในเรื่องการนำมาตรการทางเลือกแทนการคุมขังเด็กที่ต้องการความคุ้มครองระหว่างประเทศ
    การเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการทำงานภายใต้กลไกระบบคัดกรองและคุ้มครองคนต่างด้าว ซึ่งคาดว่าจะบังคับใช้ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ และหวังว่าไทยจะได้ใช้ประโยชน์จากกลไก Asylum Capacity Support Group ที่ UNHCR ได้ริเริ่มขึ้น มาสนับสนุนการใช้ระบบคัดกรองของไทย
    ไทยได้รับภาระในการดูแลผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาอย่างยาวนานมากกว่าแสนคนและปัจจุบันได้มีความร่วมมือกับรัฐบาลเมียนมาและภาคส่วนต่างๆ ในการขับเคลื่อนกระบวนการส่งกลับผู้หนีภัยการสู้รบกลับโดยสมัครใจ โดยได้นำแนวทางการพัฒนารูปแบบต่างๆ มาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้หนีภัยการสู้รบ

สรุปสาระสำคัญในภาพรวม
การประชุมเวทีผู้ลี้ภัยโลก ครั้งที่ ๑
(Global Refugee Forum – GRF)

๑. ที่มาและความสำคัญ
                     ด้วย กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ พิจารณาเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยใน การประชุมเวทีผู้ลี้ภัยโลก ครั้งที่ ๑ (Global Refugee Forum-GRF) ณ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับในระดับนโยบาย ซึ่งหัวหน้าคณะผู้แทนไทยจะมีโอกาสกล่าวถ้อยแถลงที่สอดแทรกคำมั่นที่ไทยจะประกาศในที่ประชุม และเป็นโอกาสที่ไทยจะได้แสดงถึงความมุ่งมั่นและนโยบายในการร่วมแก้ไขปัญหาเรื่องผู้ลี้ภัย
๒. ความมุ่งหมายของการประชุม
                     การประชุม GRF ครั้งที่ ๑ เป็นการประชุมเพื่อติดตามผลการนำ “ข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยผู้ลี้ภัย” (Global compact on Refugees – GCR) ไปปฏิบัติ รวมทั้งเป็นโอกาสที่ประเทศต่างๆ จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดี พร้อมทั้งการเป็นผู้ร่วมอุปถัมภ์ (co-sponsor) ในหัวข้อการประชุมที่แต่ละประเทศสามารถเป็นต้นแบบเพื่อการขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าวได้ โดยการประชุมให้ความสำคัญกับการหารือใน ๖ ประเด็น คือ การแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบ (burden and responsibility sharing) การศึกษา (education) โอกาสในการทำงาน และความเป็นอยู่ (jobs and livelihoods) การเข้าถึงพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน (energy and infrastructure) การแสวงหาทางออก (solutions) และศักยภาพในการคุ้มครองผู้ลี้ภัย (protection capacity)
๓. สรุปภาพรวมของการประชุม
                     ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม มีประเทศและองค์การระหว่างประเทศ รวมถึงสถาบันวิชาการ และภาค ประชาสังคมต่างๆ ได้ให้คำมั่นในเรื่องการช่วยเหลือและปกป้องผู้ลี้ภัย โดยยึดหลักการในเรื่องการแบ่งเบาภาระและ ความรับผิดชอบ จำนวนทั้งสิ้น ๗๗๐ คำมั่น โดยมีองค์การระหว่างประเทศ อาทิ ธนาคารโลกที่ประกาศจะให้ความช่วยเหลือทางการเงิน จำนวนกว่า ๒ พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศต่างๆ จำนวน ๑๓๕ ประเทศ ที่ประกาศจะให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงิน รวมเป็นจำนวนกว่า ๒ พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงความช่วยเหลือรูปแบบอื่น เช่น การให้โอกาสในการทำงานและการให้คำปรึกษาทางกฎหมายซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมได้เห็นพ้องกับหลักการการทำงานในระยะต่อไปว่าต้องอยู่บนหลักการแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกันทั้งประเทศที่รับภาระดูแลผู้ลี้ภัยประเทศต้นทาง และประเทศที่รับผู้ลี้ภัยไปตั้งถิ่นฐาน รวมถึงประชาคมระหว่างประเทศทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นไปตาม หลักการที่ปรากฎในเอกสารข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยผู้ลี้ภัย (GCR)

Denmark

Denmark
    – เน้นการแก้ไขปัญหาที่ประเทศต้นทาง พัฒนาทางออกที่ยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพ ทักษะด้านต่างๆ ของผู้ลี้ภัย
    – เน้นช่วยเหลือกลุ่มเด็กและสตรีเป็นลำดับแรก
    – ให้เงินช่วยเหลือในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการกลับคืนสู่สังคมของผู้ลี้ภัย
    – ริเริ่มโครงการตั้งถิ่นฐานสำหรับผู้ที่ต้องการได้รับความคุ้มครองอีกครั้ง

Canada

Canada
    – ยังคงความต่อเนื่องของนโยบายการตั้งถิ่นฐานในแคนาดา รวมทั้งเน้นในเรื่องการดูแลผู้ลี้ภัยที่มีปัญหาการขยับฐานะทางเศรษฐกิจ (economic mobility) รวมถึงการรับผู้ที่เคลื่อนไหวด้านการเมือง มนุษยธรรม/สิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน ที่หนีจากการประหัตประหารจากประเทศต้นทางและต้องการสถานะผู้ลี้ภัยในแคนาดา
    – แคนาดาพร้อมที่จะแบ่งปันแนวปฏิบัติให้กับประเทศต่างๆ ในเรื่องของการตั้งถิ่นฐานและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้ลี้ภัย
    – ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการให้การศึกษาและการพัฒนาแก่ผู้ลี้ภัยที่เป็นสตรีและเด็กผู้หญิง

Finland

Finland
    – ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มจำนวนการรับผู้ลี้ภัยที่ต้องการตั้งถิ่นฐานในฟินแลนด์ ในปี ค.ศ. 2020 รวมทั้งจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินมากขึ้น
    – ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่เป็นผู้พิการเป็นลำดับแรก และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ลี้ภัยที่เป็นผู้พิการให้แก่ประเทศต่างๆ ที่ประสบปัญหา

Japan

Japan
    – เพิ่มจำนวนการรับผู้ลี้ภัยที่ต้องการมาตั้งถิ่นฐาน
    – สนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลของความช่วยเหลือทางการเงินในปัจจุบันกับจำนวนงบประมาณที่ต้องการในการดูแลผู้ลี้ภัยทั่วโลก

Korea

Korea
    – นำเสนอตัวแบบของประเทศที่มีกฎหมายและหน่วยงานเฉพาะ (ชาติแรกของเอเชีย) ในการจัดทำระบบคัดกรองผู้ลี้ภัยและพิจารณาสถานะเป็นของตัวเอง
    – พร้อมสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการพัฒนาต่างๆ สำหรับการตั้งถิ่นฐานของผู้ลี้ภัย
คณะผู้แทนไทย
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หัวหน้าคณะผู้แทนไทย
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชำติ
กระทรวงการต่างประเทศ
กระทรวงยุติธรรม
สำนักงานตำรวจแห่งชำติ
กระทรวงมหาดไทย
กระทรวงแรงงาน

 

เรียบเรียงโดย
สำนักยุทธศาสตร์ความมั่นคงภายในประเทศ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
๘ มกราคม ๒๕๖๓

 

ดาวน์โหลดเอกสารในรูปแบบ PDF   

Loading

ประกาศ สมช. เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง ในตำแหน่งนักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ และนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ และกำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง

ประกาศสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง
ในตำแหน่งนักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ
และตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ
และกำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง

Loading

ประกาศ สมช. รายชื่อผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ และนิติกรปฏิบัติการ (ปริญญาตรี)

ประกาศสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

เรื่อง รายชื่อผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคล
เข้ารับราชการในตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ และนิติกรปฏิบัติการ (ปริญญาตรี)

Loading

ชี้แจงคณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๓

               ทีมงาน สล.คปต. นำโดย นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ/รอง ผอ.สล.คปต. ร่วมกับ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. และพลตรี กฤษดา พงษ์สามารถ รองแม่ทัพภาคที่ ๔/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ในฐานะ
เจ้าภาพร่วม พร้อมด้วย นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ หน.สนง.ผอ.สล.คปต./ผอ.สชต. เข้าชี้แจงกับคณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ
ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
จังหวัด/กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดในกลุ่มจังหวัด ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๓ เพื่อสนับสนุนข้อมูลและตอบข้อซักถามของคณะอนุกรรมาธิการฯ ในประเด็นการจัดสรรงบประมาณในส่วนของแผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมี นายวิเชียร ชวลิต เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุม หมายเลข ๓๑๒ ชั้น ๓ สัปปายะสภาสถาน (อาคารรัฐสภา เกียกกาย)

สำนักงานเลขนุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สล.คปต.)

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

พฤศจิกายน ๒๕๖๒

 

ดาวน์โหลดเอกสารในรูปแบบ PDF 

Loading

ประกาศ รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ
ระดับปริญญาตรี ในตำแหน่ง

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ และนิติกรปฏิบัติการ

ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต
ตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒
ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ผ่านเว็บไซต์  https://nsc.thaijobjob.com/

Loading

Top