Accessibility Tools

Skip to main content
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น. - 16.30 น.
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร

ผู้เขียน: Pitsanu ST

การประชุมคณะทำงานด้านการจัดการชายแดนไทย – มาเลเซีย (BMWG Thailand – Malaysia ครั้งที่ ๓๓)

       คณะทำงานด้านการจัดการชายแดนไทย – มาเลเซีย (BMWG Thailand – Malaysia ครั้งที่ ๓๓) ได้จัดการประชุมในระหว่างวันที่ ๑๓ – ๑๕ กันยายน ๒๕๖๖ ณ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา โดยมี นางสาวอัญชลี ดวงแก้ว ผู้อำนวยการ กองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (ฝ่ายไทย) และนาง Azizah Binti Mohamed Said ผู้อำนวยการสำนักการจัดการชายแดนทางบก สภาความมั่นคงแห่งชาติ (ฝ่ายมาเลเซีย) เป็นประธานและคณะทำงานร่วม
       ที่ประชุมได้รับทราบและผลักดันให้เกิดความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – มาเลเซีย และการบริหารจัดการพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย ทั้งในส่วนของการเข้าเมือง การขนส่งสินค้า และการควบคุมโรค

กองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

ตลาดระดมทุนเพื่อโจรสลัด – โซมาเลีย [MarSecFocus, ฉบับที่ 14/2566]

ตลาดระดมทุนเพื่อโจรสลัด – โซมาเลีย

โซมาเลีย ประเทศที่ประสบปัญหาความยากจนและความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมที่ยาวนาน ตลอดจนปัจจัยอีกหลายอย่างที่ทำให้โซมาเลียเลวร้ายเพิ่มขึ้นจนขยับอันดับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกอีกครั้งหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นชาวเมืองประมงอย่างเมืองฮาราร์ดเฮียหลายคน กลับมีชีวิตและทรัพย์สินที่สวนทางกับประเทศตน ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดระดมทุนเพื่อโจรสลัดที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009

 

 

ติดตามฉบับอื่นได้ที่..

Loading

ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๑๕ แห่ง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ ตามประกาศสำนักงาน ปปง. ที่ ๒/๒๕๖๖

       สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๑๕ แห่ง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ ตามประกาศสำนักงาน ปปง. ที่ ๒/๒๕๖๖ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ (กลุ่ม DPRK) โดยตรวจสอบข้อมูลรายชื่อทั้งหมดได้ที่ https://www.amlo.go.th/dpl

กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) “เมื่อโลกปรับ และภัยเปลี่ยน: ร่วมเดินหน้า ๑๗ นโยบาย มุ่งสู่ประเทศไทยมั่นคงอย่างยั่งยืน”

       วันนี้ (14 ก.ค. 66) พลเอก สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวเปิดการประชุมชี้แจงนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 – 2570) ไปสู่การปฏิบัติ ภายใต้ชื่องาน “เมื่อโลกปรับ และภัยเปลี่ยน: ร่วมเดินหน้า 17 นโยบาย มุ่งสู่ประเทศไทยมั่นคงอย่างยั่งยืน” ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวชั่น กรุงเทพฯ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างการรับรู้และส่งเสริมความเข้าใจนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 – 2570) เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ประเทศชาติมีความมั่นคง ประชาชนมีความสุข”

       เลขาธิการ สมช. ได้กล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงบริบทความมั่นคง ทั้งในระดับโลก ภูมิภาค และประเทศไทย จึงให้จัดทำนโยบายและแผนระดับชาติฯ เพื่อเป็นกรอบทิศทางดำเนินการป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคาม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งดำเนินการตามพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2559 มุ่งเน้นกำหนดทิศทางพุ่งเป้าหมายการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงที่มีผลกระทบรุนแรงและความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะปัญหาความมั่นคงเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร็วและทันท่วงที โดยวางรากฐานความมั่นคงของประเทศอยู่ที่สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษา ตลอดจนการเข้ามามีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนงานความมั่นคง

       นโยบายฯ ฉบับนี้กำหนดไว้ 17 เรื่องที่ต้องดำเนินการป้องกันและแก้ไขอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ โดยมีประเด็นสำคัญ อาทิ การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ การปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ การพัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการชายแดนและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล การบริหารจัดการปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และโรคอุบัติใหม่ การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การป้องกันการก่อการร้ายและภัยคุกคามทางไซเบอร์ การรักษาดุลยภาพระหว่างประเทศ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร้อมแห่งชาติและวิกฤตการณ์ระดับชาติ

       การจัดงานได้มีการแลกเปลี่ยนให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนร่วมกัน 5 ปีข้างหน้า ในช่วงแรกแบ่งเป็นการอภิปรายของหน่วยงานภาครัฐ เรื่อง “เดินหน้านโยบายความมั่นคงไทย รับมือความท้าทายใหม่ในโลกที่เปลี่ยนแปลง” ให้ความสำคัญกับบทบาทภาครัฐในการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ ในช่วงที่สองเป็นการอภิปรายของภาคีเครือข่ายนอกภาครัฐ เรื่อง “อนาคตความมั่นคงไทยในมือของทุกคน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกใหม่” ที่ได้มุมมองและข้อเสนอแนะการเสริมสร้างความมั่นคงแบบองค์รวม รวมถึงความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนการเตรียมพร้อมและรับมือสถานการณ์/บริบทแวดล้อมด้านความมั่นคงในปัจจุบันและอนาคตการยกระดับระบบงานข่าวกรองแห่งชาติ และการเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ตำบลเป้าหมาย

       เลขาธิการ สมช. เน้นย้ำว่า ความสำเร็จของการขับเคลื่อนงานความมั่นคงต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีต่าง ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมและบูรณาการทำงานร่วมกัน ทั้งภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคการเมือง สื่อมวลชน และที่สำคัญที่สุด คือ ภาคประชาชน โดยหน่วยงานของรัฐ จังหวัด ชุมชนท้องถิ่น มีบทบาทสำคัญให้นโยบายฯ สามารถนำไปสู่การปฏิบัติเป็นไปตามความต้องการของประชาชน และศักยภาพในพื้นที่

กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การบรรยายพิเศษ ลมช. ในหัวข้อเรื่อง “นโยบายความมั่นคงแห่งชาติและแนวทางด้าน ความมั่นคงของประเทศในปัจจุบัน”

       เมื่อวันที่ ๑๘ ก.ค. ๖๖ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้เข้าเฝ้าถวายละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “นโยบายความมั่นคงแห่งชาติและแนวทางด้านความมั่นคงของประเทศไทยในปัจจุบัน” ให้แก่นักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ ๔ ซึ่งเป็นกิจกรรมตามหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์ความมั่นคงของโลก (HI 5101) ณ กองวิชาประวัติศาสตร์ ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก
       การบรรยายพิเศษครอบคลุมประเด็นพัฒนาการ บริบท และสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคง โดยกล่าวถึงบริบทการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของสภาวะแวะล้อมด้านความมั่นคง ทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ รวมทั้งอธิบายนิยามและขอบเขตความมั่นคง ตลอดจนกลไกด้านความมั่นคง และกรอบทิศทางความมั่นคงของประเทศ นอกจากนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดและข้อเสนอแนะกับนักเรียนนายร้อยชั้นปีที่ ๔ ในประเด็นความมั่นคงที่สำคัญและการพัฒนาตน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี ๒๕๖๖ (C – MEX 23) ในประเด็นการฝึกการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ประจำปี ๒๕๖๖

       เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๖ นายธงชัย ไหลประสิทธิ์พร ผู้อำนวยการกองความมั่นคงด้านการเตรียมพร้อมและการป้องกันประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ “การฝึกการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลและการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหลในทะเล (SAR and Oil Spill)” ณ หาดชลาทัศน์ จังหวัดสงขลา โดย ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จัดการฝึกในรูปแบบการฝึกภาคสนาม (FTX) เพื่อทดสอบขีดความสามารถขององคาพยพ การควบคุมและการอํานวยการสั่งการบังคับบัญชา ระบบการแลกเปลี่ยนข่าวสาร และการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. ๒๕๖๒ และ พ.ร.บ. การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๑

กองความมั่นคงด้านการเตรียมพร้อมและการป้องกันประเทศ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๖ แห่ง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ ตามประกาศสำนักงาน ปปง. ที่๖๑/๒๕๖๖

       สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๖ แห่ง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ ตามประกาศสำนักงาน ปปง. ที่ ๖/๒๕๖๖ ลงวันที่ ๗ มิถนายน ๒๕๖๖ โดยตรวจสอบข้อมูลรายชื่อทั้งหมดได้ที่ https://www.amlo.go.th/dpl

กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ ตามประกาศสำนักงาน ปกร. ๑/๒๕๖๖

       สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ ตามประกาศสำนักงาน ปปง. ที่ ปกร. ๑/๒๕๖๖ ลงวันที่ ๑๖ ก.พ. ๒๕๖๖ โดยตรวจสอบข้อมูลรายชื่อทั้งหมดได้ที่ https://www.amlo.go.th/dpl

กองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

ผลการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ ดร. มาสลีย์ บิน มาลิค (Dr.Maszlee bin Malik) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย และคู่สมรสในฐานะแขกของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

       เมื่อวันที่ ๒๑ – ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ดร.มาสลีย์ บิน มาลิค (Dr. Maszlee bin Malik) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาเลเซีย พร้อมคู่สมรส ได้ให้เกียรติเดินทางเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้
       ๑. การเข้าเยี่ยมคารวะเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ ห้องรับรองสิทธิ เศวตศิลา โดยมีผู้บริหารของ สมช. เข้าร่วมด้วย ซึ่งได้มีการเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันระหว่างรัฐบาลไทย – มาเลเซีย โดยเฉพาะในมิติการพัฒนาร่วมกัน พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนสถานการณ์และมุมมองต่อประเด็นปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเห็นพ้องร่วมกันว่า “การศึกษา” ถือเป็นรากฐานสำคัญต่อการสร้างสันติสุข และการยกระดับการพัฒนาในพื้นที่ รวมทั้งสร้างให้ประชาชนมีความพร้อมในฐานะพลเมืองโลก (Global Citizen) ที่มีทักษะในด้านเทคโนโลยีและรู้เท่าทันกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งนี้ ดร.มาสลีย์ฯ ได้ให้คำแนะนำว่าควรจัดทำพิมพ์เขียว ทางด้านการศึกษา (Southern Border Provinces’ Education Blueprint) ในพื้นที่อย่างเป็นระบบ



       ๒. การประชุมหารือแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๓๐ น. ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ โดยมี นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการยกระดับการศึกษาของมาเลเซียให้พร้อมต่อการพัฒนาประเทศ ตั้งแต่ในระดับประถมศึกษา ไปจนถึงขั้นอุดมศึกษา รวมทั้งให้ความสำคัญต่อมาตรฐานการสอนในโรงเรียนเอกชน โรงเรียนรัฐ โรงเรียนอาชีวะ และสถาบันศึกษาปอเนาะในมาเลซีย นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนประเด็นการเตรียมความพร้อมประชาชนให้รู้เท่าทันกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของโลกและสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม รวมทั้งท่าน ดร.มาสลีย์ฯ ยังได้แบ่งปันประสบการณ์ของมาเลเซียในการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการศึกษา โดยเฉพาะการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้ในการวิเคราะห์ศักยภาพและพรสวรรค์ของผู้เรียนรายบุคคลเพื่อกำหนดหลักสูตรที่ตรงกับผู้เรียน



       ๓. การเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “Malaysia’s ducation Policy and Strategy: Lesson Learned and Recommendations for developing inclusive and balance Education System in the Southern Border Provinces” เมื่อวันอังคารที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ โดยมี นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.มาสลีย์ฯ เป็นวิทยากร และนายดนัย มู่สา อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยการเสวนาฯ ได้แลกเปลี่ยนในเรื่องนโยบายการศึกษาของมาเลเซีย โดยเฉพาะแนวคิดการศึกษาแบบ STREAM (Science Technology Reading Engineering Art and Match) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพและยกระดับทั้งด้านสติปัญญา เทคโนโลยี ควบคู่กับการทักษะด้านการอ่านและศิลปะ เพื่อยกระดับความเป็นมนุษย์และสุนทรียะในจิตวิญญาณที่จะเป็นพื้นฐานของสังคมที่มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ได้แลกเปลี่ยนเรื่องการเสริมสร้างทักษะด้านวิชาการและวิชาชีพในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เพื่อเพิ่มโอกาสและทางเลือกในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงการประกอบอาชีพที่หลากหลาย โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับบริบทและอัตลักษณ์ของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง ได้เน้นให้เห็นความสำคัญกับการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-Centric Education) และการศึกษานอกห้องเรียน ผ่านแหล่งข้อมูลและสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้
ยังได้รับเกียรติจาก นายประกิจ ประจนปัจจนึก อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ/ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการด้านการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (อบศ.จชต.) กล่าวปิดการเสวนา









กองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม (กชต.)
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การประชุมเชิงปฏิบัติการ NSC Strategic Training Camp

       กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง (กนย.) ร่วมกับ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร (กพบ.) จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ NSC Strategic Training Camp ระหว่างวันที่ ๒๙ – ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๖ ณ โรงแรมเคป ราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมี รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์) เป็นประธาน โดยกิจกรรม แบ่งออกเป็น ๒ ช่วง ได้แก่
       ช่วงที่ ๑ (วันที่ ๒๙ – ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๖) : กิจกรรมการเสริมสร้างประสิทธิภาพการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ดำเนินการโดย กนย. เพื่อสร้าง ครู ก ที่สามารถถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงให้แก่บุคลากรภายใน สมช. และสามารถขับเคลื่อนภารกิจของกอง/ศูนย์/สถาบันให้สอดคล้องตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง
       ช่วงที่ ๒ (วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๖) : กิจกรรมการเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานของ สมช. ในการขับเคลื่อนภารกิจงานด้านความมั่นคง ดำเนินการโดย กพบ. โดยมุ่งเน้นให้มีแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างของ สมช. ที่สอดรับกับสถานการณ์และบริบทความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลง และสามารถรองรับภารกิจได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
       โครงการดังกล่าวนับว่าเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ในการส่งเสริมให้บุคลากรมีความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของ สมช. ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดการดำเนินงานของกอง/ศูนย์/สถาบันให้สอดรับกับกระบวนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติให้เกิดประสิทธิภาพ รวมถึงแนวทางการปรับโครงสร้างของ สมช. ที่ควรคำนึงถึงภารกิจ/อำนาจหน้าที่ของแต่ละกอง/ศูนย์/สถาบัน ให้ชัดเจน สอดรับกับสถานการณ์และบริบทความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลง และเป็นไปตามหลักการของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

Top