การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓

(Last Updated On: มกราคม 27, 2020)

          พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี/ประธานสภาความมั่นคง
แห่งชาติ ได้เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น ๓ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕) ภายหลังจากที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นแผนหลักของชาติที่เป็นกรอบและทิศทางในการดำเนินการป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคาม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งชาติ โดยจะขับเคลื่อนไปในคราวเดียวกันกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นด้านความมั่นคง เพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามยุทธศาสตร์ชาติ

          ที่ประชุมยังได้พิจารณาแผนปฏิบัติการด้านการบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคง ระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคงผ่านระบบฐานข้อมูลด้านความมั่นคง ที่ทันสมัย ถูกต้อง และสมบูรณ์เพียงพอต่อการสนับสนุนกลไกการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในระดับชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

          อย่างไรก็ตาม ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคที่จะส่งผลกระทบในวงกว้าง เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการ จึงได้มีการพิจารณาหารือกลไกตามกฎหมายที่เหมาะสมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้วยความรวดเร็ว โดยการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านการข่าว หน่วยงานด้านความมั่นคง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการเตรียมการให้สังคมเกิดความมั่นใจในมาตรการต่าง ๆ ในการเตรียมพร้อม ป้องกัน และแก้ไข อีกทั้ง ที่ประชุมยังได้ประเมินสถานการณ์ความมั่นคงและความขัดแย้งระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในห้วงปัจจุบัน รวมทั้งพิจาณาความเป็นไปได้ของสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดกับประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมและวางแนวทางดำเนินการรองรับสถานการณ์ โดยเฉพาะการดูแลและแจ้งเตือนความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เสี่ยง การป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ และการเฝ้าระวังกลุ่มคนสัญชาติที่มีความเสี่ยงด้านก่อการร้ายเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมพร้อมในการรับมืออย่างเหมาะสมและดูแลรักษาความมั่นคงของประเทศไทยในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

๒๓ มกราคม ๒๕๖๓