Accessibility Tools

Skip to main content
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น. - 16.30 น.
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร

ผู้เขียน: Pratomporn

การประชุมเพื่อพัฒนา สมช. สู่ความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม (NSC Policy Design)

       สมช. ได้จัดการประชุมเพื่อพัฒนา สมช. สู่ความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม (NSC Policy Design) ระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๖ กันยายน ๒๕๖๗ ณ โรงแรมโอโซ่ นอร์ธ พัทยา จ.ชลบุรี และผ่านการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Zoom Cloud Meeting) โดยมี นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน โดยมีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาแนวคิดและเครื่องมือการออกแบบทางนโยบาย (Policy Design) บนพื้นฐานของกระบวนการออกแบบนโยบาย (Policy Process) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy Innovation) รองรับการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ และเป็นการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจต่อแนวทางการดำเนินนโยบายความมั่นคงของประเทศ โดยมีผู้แทนส่วนราชการ ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และหน่วยงานภายใน สมช. เข้าร่วมการประชุมฯ
สำหรับการประชุมฯ ได้มีการดำเนินกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย ๑) การบรรยาย ๒ หัวข้อ ได้แก่ การประเมินแนวโน้มสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงระยะ ๑๐ ปี รองรับการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ โดย ผู้แทนกองประเมินภัยคุกคาม สมช. และการพัฒนากระบวนการ บุคลากร และนวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy Innovation) โดย หม่อมหลวงพัชรภากร เทวกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำนักงาน ก.พ.ร./อดีตเลขาธิการ ก.พ. ทั้งนี้ ผู้แทนส่วนราชการฯ ได้เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting และ ๒) การประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด เครื่องมือ และกระบวนการพัฒนานโยบายด้านความมั่นคงสมัยใหม่ ร่วมกับผู้แทน United Nation Development Programme Thailand (UNDP Thailand) โดยหน่วยงานภายใน สมช. ได้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดและเครื่องมือทางนโยบายที่สำคัญ อาทิ Horizontal Scanning with PESTEL สำหรับการสำรวจสภาวะแวดล้อมความมั่นคง System Mapping สำหรับการเชื่อมโยงระบบความสัมพันธ์ของสถานการณ์ความมั่นคง Causal-Layered Analysis (Iceberg Model) สำหรับการวิเคราะห์ปรากฏการณ์เชิงลึกต่อสถานการณ์/ประเด็นปัญหาความมั่นคง และ Move Forward with Futures Triangle สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ จากอดีต -ปัจจุบัน- อนาคต เพื่อนำไปสู่การจัดทำ Policy Statement ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ได้มีการทดลองใช้เครื่องมือ ผ่านการหยิบยกประเด็นความมั่นคงสำคัญในห้วงปัจจุบันและอนาคต อาทิ ยาเสพติด Aging Society สาธารณภัย Semi-Conductor เป็นต้น

กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

“Aqua Drone Robosen”…กับจุดเปลี่ยนนวัตกรรมการสำรวจทางทะเลของญี่ปุ่น [MarSecFocus, ฉบับที่ 18/2567]

“Aqua Drone Robosen”…กับจุดเปลี่ยนนวัตกรรมการสำรวจทางทะเลของญี่ปุ่น [MarSecFocus, ฉบับที่ 18/2567]

จากแนวคิดริเริ่มการพัฒนาโครน Aqua Drone Robosen เพื่อตอบสนองจุดมุ่งหมายของบริษัท แต่ด้วยประสิทธิภาพและขีดความสามารถที่หลากหลาย ทำให้เป็นที่สนใจของหลายฝ่าย จนนำมาซึ่งการผลิตเพื่อจำหน่ายให้แก่กลุ่มสาขาอาชีพอื่น ๆ ที่มีความประสงค์ใช้งาน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 

 

ติดตามฉบับอื่นได้ที่..

Loading

บทความเกี่ยวกับสรุปย่อคำวินิจฉัยฯ ประจำเดือนกันยายน ๒๕๖๗

          บทความเกี่ยวกับสรุปย่อคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร และประเด็นข้อหารือ เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

สามารถดูบทความย้อนหลังได้ที่..

บทความเกี่ยวกับสรุปย่อคำวินิจฉัย
คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

Loading

โครงการฝึกอบรมหลักสูตรความมั่นคงศึกษา (ระดับกลาง) ประเด็นความมั่นคงแบบองค์รวม: การมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human Centrality)

       สถาบันความมั่นคงศึกษา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมศ.สมช.) ได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรความมั่นคงศึกษา (ระดับกลาง) ประเด็นความมั่นคงแบบองค์รวม: การมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางระหว่างวันที่ ๓ – ๕ และ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมกมลมาศ โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ โดยมี รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์) เป็นประธาน
       โครงการฝึกอบรมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านความมั่นคงเกี่ยวกับกรอบแนวคิดความมั่นคงแบบองค์รวม ในมิติความมั่นคงของมนุษย์ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้หลักการมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการกำหนดประเด็นและจัดทำแนวทางการดำเนินภารกิจด้านความมั่นคง และเสริมสร้างประสิทธิภาพของผู้ปฏิบัติภารกิจด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยความเข้าใจเดียวกัน ประกอบด้วย ๕ หัวข้อวิชา คือ ๑) บทบาทของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติตามหลัก “การมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” ๒) แนวคิดและความท้าทายด้านความมั่นคงของมนุษย์ในประเทศไทย ๓) สิทธิมนุษยชนและกฎหมายที่ควรพิจารณาสำหรับผู้จัดทำและขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนงานความมั่นคง ๔) ความสัมพันธ์ระหว่างหลักการของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศกับกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนของไทยในภารกิจด้านความมั่นคง และ ๕) ศักยภาพของกลไกการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวมตามหลัก “การมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” และกรณีศึกษาการทำงานร่วมกันของรัฐไทยในการต่อต้านการค้ามนุษย์

สถาบันความมั่นคงศึกษา
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การประชุมคณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗

       ศปท. จัดการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมศรีวิสารวาจา ชั้น ๓ สมช. ทำเนียบรัฐบาล และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Cloud Meetings) โดยมี นายประกิจ ประจนปัจจนึก ผู้ทรงคุณวุฒิประจำ สมช. เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้รับทราบในประเด็นสำคัญ ได้แก่ ๑) กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งเกี่ยวกับการปรับปรุงภารกิจและบทบาทหน้าที่ของ ศปท.สมช. ๒) ผลการดำเนินการในการจัดทำหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการสับเปลี่ยนหมุนเวียนงานเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ในงานที่หลากหลายของข้าราชการ ๓) ผลการประเมินองค์กรคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ของ สมช. และ ๔) การปรับปรุงคำสั่ง สมช. ในเรื่องเกี่ยวกับการจัดตั้งกลุ่มงานจริยธรรม รวมทั้งพิจารณาแนวทางการดำเนินงานของ ศปท.สมช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ เพื่อนำไปสู่การบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจของ ศปท. ร่วมกับส่วนงานภายใน สมช. ได้อย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน

ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การสัมมนาชี้แจงผลการดำเนินงานของ ศปท. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และแนวทางการบูรณาการส่วนงานภายใน สมช. เพื่อขับเคลื่อนงานของ ศปท. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

       ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) จัดการสัมมนาชี้แจงผลการดำเนินงานของ ศปท. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และแนวทางการบูรณาการส่วนงานภายใน สมช. เพื่อขับเคลื่อนงานของ ศปท. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2567 เวลา 09.00 – 16.30 น. ณ โรงแรมเซ็นทรารา ไลฟ์ บางกอก พระนคร เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยมีนายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ /หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เป็นประธาน วิทยากร ได้แก่ นายธงชัย ไหลประสิทธิ์พร ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ (สลก.) และนายสรพงศ์ อ่องแสงคุณ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กลุ่มงานพัฒนาแผนปฏิบัติราชการภายในองค์กร (กพป.) ซึ่งการสัมมนาฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงและเผยแพร่ผลการดำเนินงานของ ศปท. ในประเด็นการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของ สมช. (ITA) ผลการจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริตของ สมช. และ การรายงานผลการประเมินองค์กรคุณธรรมของ สมช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พร้อมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมการสัมมนา โดย ศปท. จะนำข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปปรับรูปแบบการขับเคลื่อนงานของ ศปท. รวมทั้งบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับส่วนงานต่าง ๆ ภายใน สมช. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ต่อไป

ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อประกอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

       สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยกลุ่มกฎหมายร่วมกับกองความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม และกองประเมินภัยคุกคาม ได้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อประกอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๗ กันยายน ๒๕๖๗ ณ โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี จังหวัดปัตตานี โดยมี นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และ นายดนัย มู่สา ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิมนุษยชนศึกษา ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและดำเนินการขับเคลื่อนงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ และมีผู้แทนองค์กรและเครือข่ายภาคประชาสังคม รวมทั้งนักวิชาการและเครือข่ายทางวิชาการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมประชุมดังกล่าว เพื่อรับฟังความคิดเห็นภาคประชาสังคมในพื้นที่ประกอบการจัดทำรายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์การบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วนต่อไป

กลุ่มกฎหมาย
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การหารือกับหน่วยงานผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

       เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๗ นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และคณะได้เดินทางเข้าพบหารือกับหน่วยงานผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ณ กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา โดยมี พลตำรวจตรี นิตินัย หลังยาหน่าย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๙ พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดพร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดกองกำกับการซักถาม กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมให้การต้อนรับคณะ สมช. เพื่อเยี่ยมชมหน่วยและปรึกษาหารือกับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ในการรับทราบข้อเท็จจริงและปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับกระบวนการการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินกระบวนการซักถามของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และรับฟังความคิดเห็นในประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการจัดทำรายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์การบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ต่อไป

กลุ่มกฎหมาย
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การประชุมทางวิชาการความมั่นคงปลอดภัยต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ประจำปี ๒๕๖๗ ภายใต้หัวข้อ “ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Geopolitics Impact on Critical Infrastructure)

       สถาบันความมั่นคงศึกษา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกับ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมวิชาการความมั่นคงปลอดภัยต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ประจำปี ๒๕๖๗ ภายใต้หัวข้อ “ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Geopolitics Impact on Critical Infrastructure)” ระหว่างวันที่ ๒๘ – ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมแซฟไฟร์ ๒๐๒ อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี นายรัชกรณ์ นภาพรพิพัฒน์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานพิธีเปิด โดยจัดการบรรยายและอภิปราย ในหัวข้อ ดังนี้ ๑) แนวโน้มสถานการณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยผู้แทนสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และผู้แทนกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ๒) ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดย ผศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ๓) การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางทะเล โดย พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.อาภากร อยู่คงแก้ว สำนักงานผู้บังคับบัญชา ศรชล. รศ.ดร.โสภารัตน์ จารุสมบัติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ น.ส.นิติพรรณ แสงศิลา นักวิเคราะนโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กองความมั่นคงระหว่างประเทศ ๔) การรักษาความปลอดภัยของระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ โดย นายมนัส ศรีสันต์ ผู้แทนการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศ ๕) การบริหารจัดการวิกฤตด้านความมั่นคงโดยใช้เทคโนโลยีเพื่อการฝึกอบรม โดย นายธนิน เกตุทอง ผู้อำนวยการกองความมั่นคง ด้านการเตรียมพร้อมและการป้องกันประเทศ สมช. พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา อาจารย์พิเศษด้านการบริหารวิกฤตการณ์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ น.ท.กมล สินธุณรงค์ ร.น. ผู้แทน ครป. พ.ต.อ.ดร.สิทธิพัฒน์ เฉลิมยศ กองบัญชาการศึกษา และ นาย Edmund Ho จาก Coventry Enterprises ประเทศสิงคโปร์ และ ๖) การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดย นายธีระ กิตติธีระพรชัย รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายสถาปนา พรหมบุญ สำนักงาน คกก. ส่งเสริมการลงทุน และรศ.ดร.อาชนัน เกาะไพบูลย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
       การประชุมฯ ดังกล่าว ช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ประเทศไทยต้องเผชิญตลอดจนได้สะท้อนมุมมอง ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะในประเด็นที่สำคัญต่อความเสี่ยงและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงแนวทางการป้องกัน และข้อเสนอแนะในการกำหนดนโยบาย ทำให้สามารถออกแบบแนวทางการดำเนินการ และการพัฒนามาตรการที่เกี่ยวข้องให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป

สถาบันความมั่นคงศึกษา
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

โครงการจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๗

       ในวันจันทร์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๗ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้จัดโครงการจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๗ ณ วัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานครโดยมี นายสรพงค์ ศรียานงค์ ที่ปรึกษาด้านการประสานกิจการความมั่นคง เป็นประธาน

กลุ่มงานบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

ข้อเสนอโครงการนวัตกรรมเชิงนโยบาย “Thailand SOS Alert” ภายใต้โครงการห้องปฏิบัติการสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาองค์กร (OPM Innovation Hub)

       เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๗ เวลา ๙.๐๐ น. ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลียร์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ นายรพี โล่ชัยยะกูล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง ได้เข้าร่วมในงานการตัดสินผลงานนวัตกรรมยอดเยี่ยม ในโครงการห้องปฏิบัติการสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาองค์กร (OPM Innovation Hub) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จัดโดย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn School of Integrated Innovation หรือ ScII)
       ภายในงาน ผลงานนวัตกรรมจากทีมสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ ในชื่อ “Thailand SOS Alert ระบบแจ้งเตือนภัยวิกฤตล่วงหน้า” ได้รับรางวัลชมเชย โดยเป็นข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy Innovation) ของนางสาวทักษพร น้อยแก้ว นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร/ฝ่ายอำนวยการเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และนางสาวณัฐชญา พึ่งโต นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กองนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง
       ผลงานดังกล่าวพิจารณาว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีระบบแจ้งเตือนภัยวิกฤตล่วงหน้าแบบทันท่วงที (Real-time Early Warning System) และภาครัฐตอบสนองช้า ไม่มีหน่วยบูรณาการข้อมูลที่เป็นระบบเดียว ประกอบกับปรากฏข้อมูลการแจ้งเตือนภัยที่หลากหลายช่องทาง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากหน่วยข่าวภาคเอกชนและข้อมูลข่าวสารเท็จ (Fake news) ทำให้ประชาชนต้องติดตามข่าวเอง และไม่สามารถเฝ้าระวังภัยได้อย่างทันท่วงที รวมถึงไม่มีความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการของภาครัฐ ดังนั้น ข้อเสนอแบ่งออกเป็น ๓ ระยะ ดังนี้ ๑) ระยะสั้นมุ่งสร้าง Prototype ผ่านการแจ้งเตือนภัยใน X (หรือ Twitter เดิม) โดยสมัครบัญชีผู้ใช้ของกลุ่ม เพื่อทดลองนำร่องในผู้เข้ารับการอบรมโครงการนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการจัดทำข้อเสนอผ่านบัญชี X ช่องทางทางการของรัฐบาลต่อไป ๒) ระยะกลาง การพัฒนา Application เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารสองทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และ ๓) ระยะยาว นำเสนอระบบ Cell Broadcast เพื่อเป้าหมาย “รัฐอยากบอก ประชาชนเข้าใจ”
       ผลลัพธ์จากการเข้าร่วมงานครั้งนี้ เป็นประโยชน์ต่อการนำเสนอเสนอความคิดในการวิเคราะห์ และหาทางแก้ไขปัญหาของระบบในองค์กรหรือวัฒนธรรมองค์กร เพื่อทำให้เกิดแนวทางการแก้ไข ปรับปรุง หรือสร้างนวัตกรรมในการพัฒนาองค์การให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ให้เกิดการต่อยอดในการสร้างองค์ความรู้ใหม่และกลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรในการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ ทำให้สามารถให้บริการต่อประชาชนและปรับตัวไปตามสถานการณ์ของโลกปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที

กลุ่มงานบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

การเดินทางไปราชการ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ตามคำเชิญของศูนย์ประสานการพูดคุยเพื่อมนุษยธรรม (Centre for Humanitarian Dialogue : HD) พร้อมทั้งหารือแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีกับกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ (Ministry of Manpower : MOM) ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๗

       เมื่อวันที่ ๒๑ – ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองความมั่นคงภายในประเทศ กองประเมินภัยคุกคาม และกองความมั่นคงทางทะเล เดินทางไปราชการ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ตามคำเชิญของศูนย์ประสานการพูดคุยเพื่อมนุษยธรรม (Centre for Humanitarian Dialogue : HD) เพื่อหารือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและความมั่นคงทางทะเล พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีกับกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ (Ministry of Manpower : MOM) ในการกำหนดนโยบายบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว และได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือร่วมกับเอกอัครราชทูตไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ สิงคโปร์

กองความมั่นคงภายในประเทศ
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

Top