ผู้เขียน: Porntip T.
ประกาศ เรื่อง การกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒)
เขียนโดย Porntip T. ใน . โพสใน กรณีการบริหารสถานการณ์โควิด-19.
ประกาศ เรื่อง การให้ข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนด ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ
เขียนโดย Porntip T. ใน . โพสใน กรณีการบริหารสถานการณ์โควิด-19.
ประกาศ เรื่อง การให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ
เขียนโดย Porntip T. ใน . โพสใน กรณีการบริหารสถานการณ์โควิด-19.
ประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ ๒)
เขียนโดย Porntip T. ใน . โพสใน กรณีการบริหารสถานการณ์โควิด-19.
บทอาเศียรวาท ถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๓
เขียนโดย Porntip T. ใน . โพสใน ข่าวประชาสัมพันธ์.
บทอาเศียรวาท ถวายพระพร
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
๓ มิถุนายน ๒๕๖๓
เฉลิมพระชนม พรรษา ราชินี
ดลดิถี สิริสวัสดิ์ นิรัติศัย
เฉลิมพระยศ ปรากฏ ก้องเกริกไกร
เฉลิมพระนาม เฉลิมชัย ถวายพระพร
เอกอัคร นารี จักรีนาฏ
คู่บารมี จักรีราช อดิศร
ทรงภักดี องค์ภูมินทร์ บดินทร
ทรงอาทร ทรงพิทักษ์ วงศ์จักรี
พระปรีชา ทรงเชี่ยวชาญ การทหาร
องครักษ์ พระภูบาล เปี่ยมศักดิ์ศรี
เสริมส่ง พระบุญญา บารมี
ทั่วธานี แซ่ซ้อง เกียรติก้องไกล
พระประสงค์ จำนงค์ใด ให้สัมฤทธิ์
เทพประทาน พรสฤษดิ์ วิจิตรสมัย
จตุรพิธ พรดล มงคลชัย
สถิตเป็น มิ่งขวัญไทย นิรันดร์กาล
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ข้าราชการ รวมทั้ง เจ้าหน้าที่
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
————————————————
![]()
สื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบการ์ตูนแอนิเมชัน เรื่อง “ดัชนีการรับรู้การทุจริต” ปี ๒๐๑๙
เขียนโดย Porntip T. ใน . โพสใน ข่าวประชาสัมพันธ์.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ได้ดำเนินการจัดทำโครงการผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ในรูปแบบการ์ตูนแอนิเมชัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้สถานการณ์ และความสำคัญของค่าคะแนน CPI รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) ข้อ ๓.๗.๑๑ การเสริมสร้างความมั่นคงของชาติจากภัยทุจริต รองรับนโยบายที่ ๙ เสริมสร้างความมั่นคงของชาติจากภัยการทุจริต โดยได้มีการกำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ หน่วยงานภาครัฐมีระบบป้องกันและแก้ไขการทุจริต และประชาชนไม่เพิกเฉยต่อการทุจริตของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกำหนดตัวชี้วัด คือ ค่าดัชนีชี้วัดการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย รวมทั้งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๘๐) ด้านที่ ๖ ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยกำหนดให้มีการส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคีองค์กรภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชนและประชาชน ตลอดจนเครือข่ายต่างๆ ช่วยกันสอดส่อง เฝ้าระวังตรวจสอบ หรือต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบของบุคลากรภาครัฐ
“ดัชนีการรับรู้การทุจริต” ปี 2019 (ซับไทย)
“ดัชนีการรับรู้การทุจริต” ปี 2019 (ซับอังกฤษ)
![]()
สรุปผลการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สำนักงานประสานงานกลาง (ศบค.) เรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ ทั่วราชอาณาจักร วันที่ ๒๑ พ.ค. ๒๕๖๓ สมช. ทำเนียบรัฐบาล
เขียนโดย Porntip T. ใน . โพสใน ข่าวประชาสัมพันธ์.
การประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมี พลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง (ศบค.) เป็นประธาน ณ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น ๓ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก ๑ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ และสิ้นสุดในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ เพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19
สำหรับเหตุผลที่สำคัญในการดำเนินการ ที่ประชุมเห็นว่าแม้ในห้วงระยะที่ผ่านมารัฐบาลจะได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นต่าง ๆ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อันจะช่วยบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายเศรษฐกิจ เพื่อชะลอ ควบคุม และป้องกัน การแพร่ระบาดในราชอาณาจักรของโรคโควิด – 19 มิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้นและมีผลการดำเนินการที่ประสบผลสำเร็จได้ตามเป้าหมายเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังคงไม่สิ้นสุด โดยมีข้อมูลว่าหลายประเทศยังคงมีการระบาดและมีจำนวนผู้ติดเชื้อในระดับสูง และเมื่อได้ผ่อนคลายหรือยกเลิกมาตรการควบคุมแล้วกลับพบการระบาดของโรคระลอกใหม่ในระดับรุนแรง ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่การปฏิบัติงานของรัฐบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการชะลอ ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดในราชอาณาจักรของโรคโควิด – 19 จะยังต้องสามารถดำเนินการต่อไปให้ได้อย่างมีเอกภาพ รวดเร็ว มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยและการดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชนเป็นสำคัญ
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ที่ประชุมเห็นว่าอำนาจตามพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ ยังคงมีความจำเป็นและจะต้องมีการบังคับใช้ต่อไปอีกห้วงระยะหนึ่ง ทั้งนี้ เนื่องจากหากนำกฎหมายฉบับอื่นมาใช้บังคับแทน อาทิ พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ให้ความสำคัญกับมาตรการทางสาธารณสุขเป็นสำคัญเพียงด้านเดียว อาจจะทำให้เกิดการให้ความสำคัญกับด้านใดด้านหนึ่งมากจนเกินไปในการบูรณาการกับภาคส่วนอื่น ๆ
อีกทั้งยังพบข้อจำกัดในการดำเนินการ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเป็นเอกภาพและความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากกลไกตามกฎหมายดังกล่าวจะให้อำนาจแก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครภายใต้รูปแบบของคณะกรรมการสามารถใช้ดุลพินิจเพื่อบังคับใช้กฎหมายภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตนได้อย่างอิสระ ดังนั้นหากมีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร อาจส่งผลให้เกิดแนวปฏิบัติที่หลากหลายขึ้น ในแต่ละพื้นที่ จนทำให้ขาดมาตรฐานกลาง มีความซ้ำซ้อน และขาดความชัดเจนรวมทั้งไม่เป็นเอกภาพในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ต้องปฏิบัติการตามกฎหมายได้
นอกจากนี้ หากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ได้ส่งผลเสียหายต่อประชาชนและภาครัฐมีความจำเป็นจะต้องเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะไม่สามารถกำหนดแนวทางการเยียวยาได้อย่างบูรณาการและครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในภาพรวมของประเทศอีกด้วย
ในขณะที่การใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ จะกำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ใช้อำนาจตามกฎหมาย ทำให้มีความต่อเนื่องและเจ้าหน้าที่ได้รับอำนาจอย่างเพียงพอในการปฏิบัติงานดังเช่นในปัจจุบันแล้ว ยังส่งผลให้การปฏิบัติงานมีความรวดเร็ว เป็นเอกภาพ และมีบทลงโทษที่ส่งผลเชิงจิตวิทยา นอกจากนี้ รัฐยังสามารถกำหนดแนวทางเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างครอบคลุมและเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอีกด้วย โดยเหตุผลดังกล่าว ที่ประชุมจึงเห็นควรเสนอให้มีการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อป้องกันและระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ต่อไป อีก ๑ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ และสิ้นสุดในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓
สำนักงานประสานงานกลาง
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓
ดูข่าวที่เกี่ยวข้อง 11.00 น. พลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ แถลงผลการประชุมประเมินสถานการณ์หลังการคลายล็อกเฟส2 (21 พ.ค. 63)#ThaiPBS #COVID19 #โควิด19
![]()
State of emergency set to stay
เขียนโดย Porntip T. ใน . โพสใน ข่าวประชาสัมพันธ์.

The area near the Defence Ministry is quiet two hours after the curfew began at 10pm on April 22, 2020. (Photo by Arnun Chonmahatrakool)
The emergency decree looks set to continue for another month as security authorities are still “not confident” about the Covid-19 situation following the easing of the lockdown since early this month, a military source says.
Their stance was revealed as Prime Minister Prayut Chan-o-cha on Wednesday met military top brass to address the Covid-19 outbreak that was “wreaking havoc on people from all walks of life”, the source said.
The source said military chiefs are ready to act in line with the government’s wishes if it decides to extend the decree. Staunch enforcement will continue until the pandemic eases off, the source said.
The National Security Council, the National Intelligence Agency and military agencies have been keeping a close watch on the easing of business shutdowns since May 17, a day which saw large numbers of people flocking to shopping malls.
According to the source, security agencies are worried over the impact on public health if the state of emergency does not continue when the Centre for Covid-19 Situation Administration (CCSA) allows more businesses and activities to reopen in June.
In this “phase 2 easing period”, the government needs to wait for at least 14 days to assess whether new lockdown easing will lead to further Covid-19 outbreaks.
Without the executive decree, the source said, the CCSA will be dissolved and the government will lack the legal tools, including shutdowns and a curfew, it has used since March 26 to quickly contain the spread of novel coronavirus should further action be necessary.
In the view of security authorities, the enforcement of the Communicable Diseases Act alone is not enough as legal power will be mostly exercised by the Public Health Ministry.
This is different from the ongoing CCSA management with Gen Prayut authorised to give a “single command” integrating the work of both security and health officials.
National Security Council secretary-general Somsak Roongsita said he will call a meeting today on the executive decree enforcement, which is due to end on May 31, between security officers and representatives from health and business sectors.
Whether to further enforce the law will depend largely on the “actual Covid-19 situation”, he said. The mostly one-digit infection rates a day which are being reported at the moment are the result of strict measures under the decree last month, he said.

ดูข่าวต้นฉบับ
NEWSPAPER SECTION: NEWS
WRITER: WASSANA NANUAM AND MONGKOL BANGPRAPA
![]()
Fate of emergency decree to be decided Thursday
เขียนโดย Porntip T. ใน . โพสใน ข่าวประชาสัมพันธ์.

The area near the Defence Ministry is quiet two hours after the curfew began at 10pm on April 22, 2020. (Photo by Arnun Chonmahatrakool)
Officials will decide on Thursday on the future of the emergency decree, which is due to end on May 31, National Security Council secretary-general Somsak Roongsita said on Wednesday.
Gen Somsak said the meeting will comprise security officers and representatives from health and business sectors. Whether to extend the law will depend largely on the “actual Covid-19 situation”, he said.
The recent single-digit daily new infection numbers are a result of strict measures implemented under the decree last month, Gen Somsak added. Officials need to understand the facts on the ground before deciding on the next move.
The outcome of the meeting on Thursday will be forwarded to the Centre for Covid-19 Situation Administration on Friday. The CCSA will then forward its recommendations to the cabinet for consideration next Tuesday.
The CCSA on Wednesday reported one new case of the coronavirus disease infection, a Thai chef who recently returned from Bahrain, raising the total to 3,034, and no new deaths.
ดูข่าวต้นฉบับ
WRITER: WASSANA NANUAM AND MONGKOL BANGPRAPA
![]()
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ บันทึกเทปรายการกล่าวอาเศียรวาทถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ (ททบ. ๕)
เขียนโดย Porntip T. ใน . โพสใน ข่าวประชาสัมพันธ์.
วันนี้ (๒๐ พ.ค. ๒๕๖๓) พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นำคณะผู้บริหารและข้าราชการของหน่วยงานในสังกัด ร่วมบันทึกเทปรายการกล่าวอาเศียรวาทถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย
ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.๕)
วันที่ ๒๐ พ.ค. ๒๕๖๓
![]()
ศบค. แถลงสถานการณ์ COVID-19 (ข้อมูล ณ 20 พฤษภาคม 2563)
เขียนโดย Porntip T. ใน . โพสใน ข่าวประชาสัมพันธ์.
![]()


















