Accessibility Tools

Skip to main content
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 น. - 16.30 น.
ขนาดตัวอักษร
สีตัวอักษร

ผู้เขียน: Porntip T.

ประกาศ สมช. เรื่อง เลื่อนการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน  นักวิชาการคอมพิวเตอร์ และนิติกร ระดับปฏิบัติการ (ปริญญาตรี)

               เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) ยังคงปรากฎอยู่แม้จะควบคุมไว้ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่ง ครม. มีมติอนุมัติขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศออกไปอีก ๑ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ – ๓๑ พ.ค. ๒๕๖๓ ดังนั้น สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจึงจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวต่อไป โดยอยู่บนพื้นฐานของความห่วงใยต่อชีวิตของผู้สมัครสอบทุกท่าน รวมทั้งความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม
               ทั้งนี้ สมช. จะกำหนดวันเวลาและสถานที่สอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) และจะประกาศแจ้งให้ผู้สมัครทราบอีกครั้งหนึ่งภายในเดือน มิถุนายน ๒๕๖๓ 

Loading

New threats for post-Covid-19 age

              National Security Council secretary-general Somsak Roongsita says he will be tackling a wide range of security objectives over the coming months. (Photo by Chanat Katanyu)

               The most powerful weapon to deal with security issues, in the opinion of National Security Council (NSC) secretary-general Somsak Roongsita, is an intangible asset everyone has but may not necessarily harness to its fullest.

               “My father always told me, ‘your brain is your greatest weapon’,” Gen Somsak said when asked to share how he helps the government get through a range of problems from the impact of Covid-19 to cybercrime and the southern insurgency.

               All of these challenges are just another kind of mental exercise, he believes.

               The Covid-19 pandemic has led to him making frequent appearances in public to answer questions about how his security agency is helping, particularly in keeping businesses and peoples’ activities in line with the state of emergency.

               As the “new normal” increasingly refers to how people’s lives are likely to change in the aftermath of the pandemic, Gen Somsak also quickly links the term to security issues.

               People will come to depend on tools that facilitate working from home and virtual contact to suit social distancing guidelines, and will inevitably end up living a greater part of their lives online, he says.

               “And with online lifestyles come online threats,” Gen Somsak said, warning that “cyber-attacks will be more intense”.

               The government and businesses must be kept abreast of new tricks which cyber-criminals are using to attack financial institutions and national infrastructure, he said.

               “If their protection fails, they need to have cyber-resilience.”

               These preparations do not require tremendous manpower as the process is more about expertise and predicting how the virtual landscape may change, according to Gen Somsak.

               Economically, Gen Somsak thinks Thailand can escape the worst effects of the pandemic if makes full use of its strengths.

               “A country with a strong healthcare system which is also an economic centre in the heart of Asean can quickly bounce back from a crisis,” he said.

               He also pointed to the “sufficiency economy” concept, introduced by His Majesty King Bhumibol Adulyadej The Great during the 1997 financial crash, as another indicator of Thailand’s ability to chart a course during the coming months.

               “The concept teaches us to be more self-reliant,” Gen Somsak said, adding its benefits have been proven and it is already part of the government’s 20-year national strategy, which will direct the country’s economic and social development until 2037.

               “Thailand cannot ignore this sufficiency economy as doubts are growing over whether key economic communities like the European Union and the Asean can really help people in their regions deal with the fallout from the Covid-19 pandemic.

               “Nobody can say for sure they can do it,” Gen Somsak said.

               “That’s why each country needs to rely more on itself.”

               Gen Somsak’s interest in economics and the changing face of modern society stems from a personal history that is somewhat removed from the stereotypical path that many take into the upper echelons of the army.

               During his childhood, young Somsak was a top-grade student and generally thought of as a scholar in the making.

               And even though he later decided to choose a more adventurous route by studying at Chulachomklao Royal Military Academy, he still had a passion for the complex world of knowledge.

               After gaining top scores in his class, he was awarded an army scholarship to study for a Bachelor’s degree in electrical engineering at Virginia Military Institute in the US. His post-graduate study was also in the field of electrical engineering.

               The roles he later took on in the army and at the Defence Ministry mostly involved technology, infrastructure and policymaking before he was appointed to lead the NSC last year.

               Among the NSC’s priorities is a mission to solve the insurgency in Muslim-dominated provinces, which was sparked by separatist groups and has plagued the deep South since 2004.

               “We prefer to approach the problem with development projects rather than military missions,” Gen Somsak said.

               The government, too, is attempting to follow this path, spending more in regional development than military operations in recent years, and building the confidence of locals, he said.

               Gen Somsak is also a key member of the Thai delegation responsible for maintaining a dialogue with Mara Patani, an umbrella organisation of various separatist movements, to talk them into ending the long-running conflict.

               Despite a list of achievements that he is only too happy to point towards, his rise to the top of the NSC has not been without criticism.

               Observers have questioned why the last three NSC leaders, including Gen Somsak, have come from military units and accused Prime Minister Prayut Chan-o-cha of favouring candidates with a similar military background to himself.

               “Wherever they come from, be it the military or civil service, is not important,” Gen Somsak argued.

               “The point is whether they can do their duty as an NSC chief.”

ดูข่าวต้นฉบับ
NEWSPAPER SECTION: NEWS
WRITER: MONGKOL BANGPRAPA

Loading

มท. สั่งทุกจังหวัดปฏิบัติตามข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-คำสั่ง ศบค.

               มท. สั่งการทุกจังหวัดปฏิบัติตามข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคำสั่ง ศบค. โดยเคร่งครัด เป็นมาตรฐานเดียวกัน
               เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า
ตามที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้มีข้อกำหนดและคำสั่ง เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2563 จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่
               1) ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 5) เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ ยังคงดำรงอยู่ต่อไป เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปสู่พื้นที่อื่นและป้องกันมิให้โรคกลับมาแพร่ระบาดใหม่ในพื้นที่ซึ่งเคยควบคุมได้
               2) ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 6) โดยผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการในการป้องกันและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามลำดับขั้นตอนการควบคุมโอกาสเสี่ยงของบุคคล สถานที่ และประเภทกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงตามหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกและตามผลการประเมินสถานการณ์ของฝ่ายสาธารณสุข และ
               3) คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 2/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ. ศ. 2548 ให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมหลัก และมาตรการเสริมในการป้องกันโรคโดยเคร่งครัด
               นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และประสานกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับทราบ ถือปฏิบัติ และออกคำสั่งต่าง ๆ ตามข้อกำหนดฯ และคำสั่งฯ ทั้ง 3 ฉบับ โดยเคร่งครัด และให้สร้างการรับรู้มาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดแก่ผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามคำสั่ง ศบค. ที่ 2/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
               ทั้งนี้ ในกรณีหากผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาและมีความเห็นจะดำเนินการอื่นใด ตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 5) ข้อ 2 (7) ให้รายงาน ศบค.มท. ก่อนดำเนินการ เพื่อรายงาน ศบค. พิจารณา ตลอดจนเป็นการสร้างการรับรู้แก่ประชาชนและเป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และให้จังหวัดประมวลผลการปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมทั้งปัญหาอุปสรรค ข้อจำกัด และความต้องการรับการสนับสนุน และรายงานให้ ศบค.มท. ทราบด้วย
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading

สมช.ยืนยันซื้อ-ขายเหล้าได้แล้วเริ่มพรุ่งนี้

               สมช. แถลงยืนยัน วันพรุ่งนี้สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ทั่วประเทศ แต่ห้ามนั่งดื่มภายในร้าน
               เมื่อวันที่ 2 พ.ค.63 พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวถึงมาตรการผ่อนปรนกรณีการสั่งห้ามขายเครื่องดื่มแอลกฮอล์ไปก่อนหน้านี้ว่า ร้านที่มีใบอนุญาตให้ขายสุรา หรือขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถขายได้ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป แต่ขึ้นอยู่กับอำนาจของจังหวัด รวมทั้ง กทม.อนุญาตให้ร้านขาย แต่หากพบว่ามีปัญหาก็สามารถสั่งปิดได้
               สำหรับการผ่อนปรนให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถซื้อไปรับประทานที่บ้านได้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้นั่งดื่มภายในร้านค้า แต่ถ้าหากซื้อแล้วไปมั่วสุมกัน ก็จะถูกดำเนินคดีไปตามกฎหมาย จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกคนให้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดด้วย
               ส่วนจะอนุญาตให้คลินิกเสริมความงาม และสถานทันตกรรม เปิดได้เมื่อใดนั้น พล.อ.สมศักดิ์ ระบุว่า คาดว่าจะอนุญาตให้เปิดในเพส 2 หรือเฟส 3 เนื่องจากคลินิกเสริมความงาม และสถานทันตกรรม ยังสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นวงกว้าง จึงต้องรอ ศบค.ประเมินผ่อนปรนอีกครั้ง
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading

“วิษณุ” เผยการจัดพิธี กิจกรรม วันสำคัญเดือน พ.ค. รัฐบาลได้จัดให้สอดคล้องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19

               “วิษณุ” เผยการจัดพิธี กิจกรรม วันสำคัญเดือน พ.ค. รัฐบาลได้จัดให้สอดคล้องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19
               เมื่อวันที่ 30 เม.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดพิธีหรือกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญเดือน พ.ค.63 ว่า ขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รัฐบาลจึงได้จัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไปในวงกว้างดังนี้
               1.วันฉัตรมงคล ตรงกับวันจันทร์ที่ 4 พ.ค.63 ไม่มีการจัดงานพระราชพิธี หรือจัดกิจกรรมแต่อย่างใด ในการนี้รัฐบาลได้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้
               ♦  การถวายพระพรชัยมงคล นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ในนามข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และราษฎรทุกหมู่เหล่า ประธานรัฐสภา ในนามสมาชิกรัฐสภา และประธานศาลฎีกาในนามข้าราชการตุลาการ จะบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล โดยจะนำเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ในวันจันทร์ที่ 4 พ.ค. 2563 ในช่วงข่าวในพระราชสำนัก
               ♦  การจัดทำสารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส วันฉัตรมงคล จำนวน 3 ตอน ความยาวตอนละ 3 นาที เผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ในวันที่ 2 – 4 พ.ค.63 ในช่วงข่าวในพระราชสานัก
               ♦  หน่วยงานต่าง ๆ สามารถตกแต่งสถานที่และประดับธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธี บรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 รวมทั้งตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พร้อม เครื่องราชสักการะและจัดให้มีสมุดลงนามถวายพระพรไว้ในสถานที่ตั้ง
               ♦  การจัดทำคำถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2563 พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ ลงบนหน้าหลักของเว็บไซต์ของหน่วยงาน รวมทั้งนำภาพการจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและภาพผลงานของหน่วยงานที่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ลงในเว็บไซต์ของหน่วยงาน
               2. วันวิสาขบูชา ตรงกับวันพุธที่ 6 พ.ค. 2563 สำนักพระราชวังจะจัดพิธีจุดเทียนรุ่ง ถวายเป็นพุทธบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ หม่อมเจ้ามงคลเฉลิม ยุคล ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ซึ่งเป็นการจัดพิธีภายใน ไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว
               3. วันพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ตรงกับวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 2563 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประกอบพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์สาหรับเพาะปลูก เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรทั่วประเทศ ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพืชพันธุ์ต่าง ๆ ในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 2563 เวลา 17.00 น. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และปฏิบัติหน้าที่ประธานในพิธีหว่านข้าวในแปลงนา ทดลอง สวนจิตรลดา ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 2563 เวลา 10.00 น. โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้หว่านข้าว ซึ่งเป็นการจัดพิธีภายใน ไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว สำหรับพระราชพิธีจรด พระนังคัลแรกนาขวัญ
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading

ดาวน์โหลดแอป “หมอชนะ” วันนี้ ช่วยหมอ ช่วยตนเอง ลดความเสี่ยงโรคโควิด-19 ช่วยชาติพ้นภัยไวรัสร้าย

               แอปพลิเคชัน “หมอชนะ” คือผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันระหว่าง “ทีมพัฒนาร่วมประชาชน เอกชนและภาครัฐ” เป็นแอปที่ทำหน้ารวบรวมและประมวลผลข้อมูลบันทึกสุขภาพและการเดินทางของประชาชนที่ลงทะเบียนในช่วงวิกฤตนี้ โดยใช้เทคโนโลยีระบุตำแหน่งจีพีเอส (GPS) และ บลูทูธ (Bluetooth) ร่วมกับการสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อให้ประชาชนช่วยเช็คอินตามสถานที่ต่างๆ และช่วยในการนำเสนอข้อมูลให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ตรวจสอบเพื่อคัดกรองและประเมินระดับความเสี่ยงในการติดโรค โควิด-19 ของประชาชนที่เข้ามาติดต่อใช้บริการทางการแพทย์ ลดความล่าช้าในการสอบประวัติ ช่วยจัดการให้การดูแลรักษากลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นและปลอดภัย ที่สำคัญช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ เป็นเหมือนคุณหมอประจำตัวของทุกคนที่จะมาคอยตรวจสอบอาการและเฝ้าระวังด้วยการแจ้งระดับความเสี่ยงหากระบบของแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” พบว่าผู้ใช้งานอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงหรือเริ่มมีอาการ นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือให้ภาคธุรกิจเอกชนตลอดจนสถานที่ต่างๆ ใช้ในการสแกนเช็คอินสำหรับผู้มาใช้บริการ เพื่อให้ข้อมูลการเดินทาง ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการแพร่ระบาดในพื้นที่ ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้กับทั้ง ผู้ประกอบการ เจ้าของสถานที่ และประชาชนผู้มาใช้บริการ ทำให้ภาคธุรกิจสามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้อย่างปลอดภัย ควบคู่กับมาตรการเฝ้าระวังอื่นๆ ที่ทางการกำหนดไว้
               แอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ออกแบบให้ใช้งานง่าย ใช้ในการเฝ้าระวังและแจ้งระดับความเสี่ยงของผู้ใช้ ช่วยบันทึกข้อมูลด้านสุขภาพอาการและข้อมูลการเดินทางจากการเช็คอินตามสถานที่ต่าง ๆ  เพื่อยืนยันความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ โดยจะแสดงระดับความเสี่ยงของผู้ใช้เป็นสีดังนี้
♦  สีเขียว หมายถึงความเสี่ยงต่ำมาก สามารถใช้ชีวิตตามปกติ แต่ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด
♦  สีเหลือง หมายถึงความเสี่ยงต่ำ ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ต้องระมัดระวัง และปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด
♦  สีส้ม หมายถึงความเสี่ยงปานกลาง ให้กักตัวอยู่บ้านให้ครบ 14 วัน โดยเฝ้าระวังสำรวจอาการตนเอง หากมีอาการควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
♦  สีแดง หมายถึงความเสี่ยงสูงมาก อาจเพราะมีอาการป่วย มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา จะต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจโรคทันที
               ทั้งนี้ หากพบว่าผู้ใช้แอปที่มาขอรับบริการทางการแพทย์มีความเสี่ยงสูง แพทย์ก็จะทราบและใช้เครื่องมือป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งจัดลำดับความเร่งด่วนและวางมาตรการในการรักษาหรือส่งตรวจบุคคลผู้นั้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้ภาครัฐสามารถควบคุมสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
               ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนผู้ใช้สมาร์ตโฟนทุกท่าน ดาวน์โหลดและเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” เพื่อให้เกิดข้อมูลติดตามได้อย่างต่อเนื่องและเป็นประโยชน์เพียงพอที่จะนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการเอาชนะโควิด-19  รวมถึงขอความร่วมมือจากเจ้าของอาคาร สถานที่ และผู้ประกอบการร้านค้า ช่วยสนับสนุนติดตั้งคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อให้มีจุดเช็คอินสำหรับผู้ใช้งานได้ดำเนินการสแกนเช็คอินและยืนยันการเข้ามาใช้บริการยังสถานที่ให้บริการ ซึ่งจะทำให้แอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ให้มากที่สุด โดยขณะนี้ กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินงานประสานงานกับผู้ประกอบการธุรกิจ ร้านค้าต่าง ๆ ในการขอความร่วมมือเพื่อติดตั้งจุดสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันอย่างกว้างขวางและให้ครอบคลุมมากที่สุด สุดท้ายนี้สำหรับประชาชนที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้  สามารถเชื่อมั่นได้ 100% ถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ที่ระบบได้จัดเก็บและติดตามข้อมูลของผู้ใช้งานไว้ เพราะมีหน่วยงานสำคัญด้านดิจิทัลภาครัฐเข้ามากำกับและดูแลเรื่องธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance for Government) โดยเฉพาะ จึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลของผู้ใช้งานที่ถูกป้อนเข้าระบบจะถูกนำไปใช้เพื่อช่วยป้องกันประชาชนจากโรคโควิด-19 เท่านั้น
               มาร่วมกัน #โหลดแอปหมอชนะ และใช้แอปทำการเช็คอินทุกครั้งเมื่อเข้าสู่อาคารและสถานที่ต่าง ๆ รวมถึง ร้านค้าสถานที่สาธารณะ เพื่อช่วยคุณหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้า รวมถึงช่วยตัวเราทุกคน ช่วยสังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติให้ผ่านพ้นภัยไวรัสร้ายนี้ไปได้อย่างรวดเร็วด้วยกัน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอป “หมอชนะ” ได้ที่คอลเซ็นเตอร์ 1111 หรือเฟซบุ๊กหมอชนะ
ดาวน์โหลดแอป “หมอชนะ” ทั้งบนระบบ iOS และ Android ได้ทาง QR Code ได้แล้ววันนี้
คลิก  https://bit.ly/2JZjEJM

Loading

ประกาศ สมช. เรื่อง เลื่อนการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน  นักวิชาการคอมพิวเตอร์ และนิติกร ระดับปฏิบัติการ (ปริญญาตรี)

               เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) เป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ดังนั้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)  สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว โดยอยู่บนพื้นฐานของความห่วงใยต่อชีวิตของผู้สมัครสอบทุกท่าน รวมทั้งความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม

Loading

ประกาศ วัน เวลา และสถานที่ในการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน  นักวิชาการคอมพิวเตอร์ และนิติกร ระดับปฏิบัติการ (ปริญญาตรี)

ประกาศคณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขัน

เรื่อง ประกาศ วัน เวลา และสถานที่ในการสอบแข่งขัน
เพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง
เพื่อบรรจุและแต่งตั้ง
บุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ และนิติกร 
ระดับปฏิบัติการ (ปริญญาตรี)

ขอความร่วมมือผู้เข้าสอบทุกท่าน

สวมหน้ากากอนามัย
ก่อนเข้าอาคารสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ 

Loading

ประกาศ สมช. เรื่อง การขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกในตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ

ประกาศสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

เรื่อง การขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชี
ผู้ได้รับการคัดเลือกในตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ
ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

Loading

ประกาศ สมช. เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)

ประกาศสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)

             สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตระหนักถึงความปลอดภัยและมีความห่วงใยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและรุนแรงไปยังหลายประเทศในภูมิภาคต่างๆ ของโลก เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๓ เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)

Loading

ประกาศ สมช. เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน  นักวิชาการคอมพิวเตอร์ และนิติกร ระดับปฏิบัติการ (ปริญญาตรี)

ประกาศสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสม
กับตำแหน่ง
เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน  นักวิชาการคอมพิวเตอร์ และนิติกร
ระดับปฏิบัติการ (ปริญญาตรี)

Loading

Top